คลังเรื่องเด่น
-
“เริ่มที่ตัวเราก่อน” (ปฎิบัติธรรมเพื่อหยุดวัฏสงสาร)
“เริ่มที่ตัวเราก่อน”
” .. “ถ้าคนไม่มีศีล โลกก็จะเดือดร้อนวุ่นวาย เพราะการที่คนมีมาก การแก่งแย่งกัน ชิงดีชิงเด่นกัน การเอารัดเอาเปรียบกัน” กิเลสอย่างโลภะ โทสะ โมหะก็มีมากตามไปด้วย มาหากันก็มาสังหารกัน กิเลสมีแต่ทำให้โลกเดือดร้อนวุ่นวาย
เพราะฉะนั้น “ผู้ใหญ่ต้องทำดีให้พวกน้อง ๆ ดูเป็นตัวอย่างก่อน” ไม่ใช่ตัวเองทำแต่เรื่องชั่ว ๆ ทำแต่เรื่องชั่วช้าเสียหาย แต่จะให้ลูกน้องทำดี เเล้วมันจะดีได้อย่างไร? มันผิดวิสัย “เพราะก่อนที่จะให้คนอื่นทำดี ตัวเราเองต้องดีซะก่อน”
สรุปแล้ว “การสร้างคุณงามความดีให้เริ่มนับ ๑ จากที่ตัวเรา” เราต้องเป็นคนดีด้วยการคิดดี พูดดี ทำดีซะก่อน เพราะเมื่อเราดีแล้ว คนอื่นก็จะเริ่มดีตามไปด้วย
แต่ถ้า “พวกเราทุกคนอยากแต่จะให้คนอื่นทำดี แต่ตนเองไม่ทำดี สิ่งชั่ว ๆ ตัวเองเหมาหมด แต่อยากจะให้คนอื่นทำดี” แล้วมันจะเป็นไปได้อย่างไร? ในเมื่อตัวเองก็ยังทำไม่ดี เขาเรียบราบ แต่ตัวเองยังขรุขระ
เพราะฉะนั้นถึงใครจะไม่ดีขนาดไหนเพียงไรก็ตาม “ก็ให้เรามองที่ตัวเองก่อน ให้ตัวเราเป็นคนดี” ตัวเองต้องเป็นคนมีศีล ๕ ก็แล้วกัน .. ”
“ปฎิบัติธรรมเพื่อหยุดวัฏสงสาร”
หลวงพ่ออินทร์ถวาย สันตุสสโก... -
"หลวงพ่อปาน"เกือบมรณะภาพ จนเห็นประตูสวรรค์ เพราะถูกวิชาไสยศาสตร์"บังฟัน"บาดลึกที่หน้าอก
หลวงพ่อปาน ถูกวิชาบังฟัน
โดย หลวงพ่อพระราชพรหมยาน วัดท่าซุง
“…สมัยหลวงพ่อปานอายุ ๓๘ ปี ถึงแม้ว่าท่านจะเป็นผู้มีความดี ประกอบไปด้วยความเมตตาปรานี ท่านเป็นพระที่ช่วยป้องกัน
คนอื่นมามากก็ตาม แต่ขึ้นชื่อว่า กฎของกรรม ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้
วันหนึ่งหลวงพ่อปานไปที่วัดประตูสาน จังหวัดสุพรรณบุรี วัดนี้อยู่ทางฝั่งตะวันตกของจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นต้นทางที่จะไปวัดป่าเลไลย์ในสมัยนั้น
ตอนเย็นท่านเข้าไปอาบน้ำในห้องน้ำ ก็ถอดอังสะ อังสะของท่าน มีพระเครื่องอยู่ด้วย แล้วท่านก็ล้ม ลุกไม่ได้ ท่านถูกบังฟัน เขาใช้คาถา ตั้งใจจะฟันคนไหน เขาก็ฟันผักฟันฟักแฟงก็ตาม เขาก็ว่าคาถาจะฟันให้ถูกตรงนั้น เขาฟันวัตถุแต่แผลมันปรากฏในร่างกาย ผิวหนังภายนอกไม่ปรากฏรอยแผล ท่านถูกบังฟันเป็นแผลยาวในอกข้างในและยังเป็นรอยนูน ผลที่สุดก็ต้องหามกันลงเรือแจวหลวงพ่อปานเวลาไปไหนท่านใช้เรือสัมปันนีมีเก๋ง ทาสีขาวทั้งลำ มีคนแจวหัวแจวท้าย ในขณะนั้นท่านมีอาการใกล้ปางตาย ท่านขอร้องให้พาท่านกลับวัด
พอมาถึงวัดบางซ้ายใน ปรากฏว่าอาการของท่านหนักมาก ท่านบอกให้แวะเข้าไปที่วัดบางซ้ายในก่อน ให้หามท่านขึ้นไปบนศาลา... -
เผย “ภาคเหนือ” เกิดแผ่นดินไหวขนาดเล็กต่อเนื่อง ศูนย์กลางอยู่ที่ “ลำพูน”
วันที่ 16 กันยายน นายทินกร ทาทอง ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรณี เขต 1 ลำปาง ซึ่งเป็นหน่วยงานระดับภูมิภาคของกรมทรัพยากรธรณี ดูแลพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ เปิดเผยว่า ได้รับรายงานว่า เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา เวลา 00.40 นาที ของวันนี้ ได้เกิดแผ่นดินไหว ขนาด 1.3 ริกเตอร์ ลึกลงไปในดิน 3 กิโลเมตร จุดศูนย์กลางใน อ.บ้านธิ จ.ลำพูน
สำหรับการเกิดแผ่นดินไหวครั้งนี้ ไม่มีรายงานการรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือน เนื่องจากเป็นการไหวขนาดที่เล็กมาก ส่วนการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่ จ.ลำพูน บ่อยครั้งในช่วงระยะนี้ ซึ่งในช่วงเดือนนี้ จ.ลำพูน เกิดแผ่นดินไหวไปแล้ว 9 ครั้ง มาจากรอยเลื่อนแม่ทา และรอยแตกแขนงของรอยเลื่อนที่เกิดการขยับตัวตามแนวรอยเลื่อน จึงปล่อยพลังออกมา ทั้งนี้ พื้นที่ภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย มีรอยเลื่อนที่ยังคงมีพลังพาดผ่านอยู่ถึง 8 แห่ง ตามจังหวัดต่างๆ ในภาคเหนือ และยังมีรอยแตกแขนงของรอยเลื่อนที่ยังไม่มีการตั้งชื่ออีก ดังนั้น จึงทำให้พื้นที่จังหวัดทางภาคเหนือ จึงเกิดแผ่นดินไหวบ่อยครั้ง
ที่มา มติชนออนไลน์
ขอบคุณที่มา
https://www.prachachat.net/general/news-39961 -
ไม่อยากตกนรกต้องมาทางนี้ !!
ไม่อยากตกนรกต้องมาทางนี้ !!
พระพุทธเจ้าทรงตรัสกับพระอานนท์
ดูก่อนอานนท์...
ถ้าอยากได้สุขอันใดก็ควรรู้จักสุขอันนั้นก่อน จึงจะได้ เมื่ออยากได้สุขในพระนิพพาน
ก็ควรรู้จักสุขในพระนิพพาน อยากได้สุขในมนุษย์แลสวรรค์ ก็ให้รู้จักสุขในมนุษย์แล
สวรรค์นั้นเสียก่อน จึงจะได้
ถ้าไม่รู้จักสุขอันใด ก็ไม่อาจยังความสุขอันนั้นให้เกิดขึ้นได้ ไม่เหมือนทุกข์ในนรก อันทุกข์ในนรกนั้นจะรู้ก็ตาม ไม่รู้ก็ตาม ถ้าทำกรรมที่เป็นบาปแล้ว ผู้ที่รู้ หรือผู้ที่ไม่รู้ก็ตกนรกเหมือนกัน
ถ้าไม่รู้จักนรก ก็ยิ่งไม่มีเวลาที่จะพ้นจากนรกได้
ถึงจะทำบุญให้ทานสักปานใด ก็ไม่อาจจะพ้นจากนรกได้
แต่มิใช่ว่าทำบุญให้ทาน มิได้บุญ
ความสุขที่แต่การทำบุญนั้นมีอยู่ แต่ว่าเป็นความสุขที่ยังไม่พ้นจากทุกข์ในนรก
เมื่อยังไม่รู้ ไม่เห็นนรกตราบใด ก็ยังไม่พ้นจากนรกอยู่ตราบนั้น
ครั้นได้เข้าถึงนรกแล้ว เมื่อได้รู้ทางออกจากนรกได้แล้ว ปรารถนาจักพ้นจากนรกก็พ้นได้ เมื่อไม่อยากพ้นก็ไม่อาจพ้นได้ ต้องรู้จัก แจ้งชัดว่า นรกอยู่ในที่นั้น ๆ มีลักษณะอาการอย่างนั้น ๆ และควรจะรู้จักทางออกจากนรกให้แจ้งชัด
ทางออกจากนรกนั้นคือ ศีลห้า ศีลสิบ ศีลพระปาฏิโมกข์นั้นเอง... -
“อุบายและความแยบคาย” (หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี)
“อุบายและความแยบคาย”
คนที่เชื่อมั่นว่า ใจของเรามีอยู่ตรงนี้แหละ จิตของเรามีอยู่ตรงกายนี้แหละ แล้วจงพยายามคิดค้นหาด้วย “อุบายต่าง ๆ” ตามที่ได้ศึกษาจากครูบาอาจารย์ต่าง ๆ
แล้วจะเกิด “แยบคาย” ขึ้นมาด้วยตัวเอง
“แยบคาย” นี้แตกต่างจาก “อุบาย”
“อุบาย” แนะนำสั่งสอนกันได้ เช่นบอกว่า
จงรักษาคุณงามความดีด้วยการรักษาศีล ดังนี้เป็นต้น
ส่วน “แยบคาย” นั้นไม่ทราบจะบอกอย่างไงกัน
มันต้องเกิดความรู้ความเห็นขึ้นมาด้วยตนเองและความรู้ความเห็นอันนั้นก็เป็นของแจ้งชัดเสียด้วย
จนอุทานขึ้นมาในใจว่า “อ๋ออย่างนี้หรอกหรือ”
แต่ความรู้อันนั้นจะเอาไปเผยแพร่แก่คนอื่นก็ไม่เหมือนกับที่ความรู้ด้วยใจของตนเอง
จะบอกคนอื่นได้ก็เพียงแต่ “อุปมาอุปมัย” นั้นแล้ว
รวมความแล้ว
“แยบคาย” เป็นความรู้พิเศษที่เกิดขึ้นเป็น “ปัจจัตตังเฉพาะตน”
หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี
ที่มา พระอรหันต์ สายหลวงปู่มั่น -
เมื่อจิตรู้สึกไม่ดีต่อพระ ผู้มีพระคุณและชีวิตอื่น ให้ขอขมา(โยโทโสฯ)เต็มบท
จากคำถาม...."รู้ว่าบาป ที่รู้สึกไม่ชอบพ่อของตัวเองจะทำยังไงดี ..."
หลวงตาม้า วิริยธโร : ถามตอบปัญหาธรรมณ วัดพุทธพรหมปัญโญ(ดู่)อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่
วันพฤหัสบดีที่ 14 กันยายน 2560
ศิษย์ : การฝึกในศาสตร์ของหลวงปู่นะคะ สวดไปเรื่อยๆจะรู้ได้ยังไงคะ ว่าถูกทางค่ะ
หลวงตา : มันจะไปยากอะไรแม่ชี คิดอะไรก็ #อย่างงั้น ถูกแล้วทาง เมื่อก่อนมันคิดไม่ออกหรอก มัวแต่ #สาระวนเรื่องโลก
เรื่องอะไรต่อมิอะไรเยอะแยะไปหมดเลย กลับมาสวดมนต์ แผ่เมตตา โมทนาบุญ บันทึก
บุญ มันก็มีเป็นบวกล้วนๆเนี่ย ไม่รู้นี่เป็นไปไม่ได้หรอก #ไม่ต้องถาม หรอก บางคนก็ถามหลวงตาเหมือนกัน เอ้ เวลาสวดมนต์ภาวนาสงบแล้วไปไหนต่อ ถามแบบนี้ไม่รู้หรอก มันไม่สงบหรอก
ถ้าคน #สงบ เค้าจะ #ไปถามทำไมล่ะ ใช่มะ เออ(หัวเราะ) ไม่ถามหรอก
ศิษย์ : รู้ว่าบาป ที่รู้สึกว่าไม่ชอบพ่อของตัวเองนะคะ แล้วเค้าจะทำยังไงดีคะ
หลวงตา : #ไม่ได้นะ พ่อนะเว้ย รู้สึกไม่ดีเนี่ยมันก็เป็น #มโนกรรม แล้วนะฮะ คือจิตไม่ดีไง ไม่
มีพ่อเราก็ไม่เกิดนะ ไม่มีแม่เราก็ไม่ได้เกิดนะ ใช่มะ
ถึงเค้าจะรักเราไม่รักเรา #เราไปรักเค้าอ่ะดีที่สุดแล้วท่านถึงว่า รักทุกคน หลวงพ่อท่านให้รักทุกคน... -
“คนมีการภาวนาเรียกว่า คนมีหลักใจ”
“คนมีการภาวนาเรียกว่า คนมีหลักใจ”
” .. “หลักของพุทธศาสนาอย่างแท้จริงแล้ว อยู่ที่ภาวนา” การให้ทาน การรักษาศีล เป็นกิ่งก้านสาขาดอกใบออกไป “การภาวนานี้เป็นรากแก้วหรือรากเหง้าเค้ามูล” สำคัญอยู่ที่การภาวนา
“พอการภาวนาได้หยั่งเข้าถึงจิตแล้ว จิตจะซึมซาบเข้าถึงธรรมทั้งหลาย” จะฝังความเชื่อความเลื่อมใสต่อมรรคต่อผลไปเรื่อย ๆ ฝังลึกลงไปเรื่อย ๆ ผู้นั้นกลายเป็น “อจลศรัธทา คือศรัทธาไม่หวั่นไหวในมรรค ในผล ในบุญ ในกรรมในมรรค ผล นิพพาน มีความแน่วแน่” แล้วก็พยายามดำเนินตนไปอย่างงั้น
ไม่ใช่ทำอย่างสุ่มสี่สุ่มห้าพอเป็นขนบประเพณีว่า ทานก็ทานไปเสียพอเป็นประเพณี จิตใจไม่ดูดดื่มผลก็ไม่ได้มาก การให้ทานได้ผล “แต่ว่าทานด้วยความแน่วแน่ภายในจิตใจ มีการภาวนาเป็นฐานสำคัญ เป็นแม่เหล็กเครื่องดึงดูดในการให้ทานให้มีกำลังหนักมากขึ้น” นั้นมีผลต่างกันมากนะ ทำอะไรจดจ่อ ทำอะไรจริงจัง
“คนมีการภาวนาเรียกว่าคนมีหลักใจ” มีหลักใจแล้วจะทำอะไรไม่ว่าทางโลกทางธรรมเป็นความจริงจังด้วยกันหมด ไม่ค่อยผิดพลาดนะ คนผู้มีธรรมในใจ .. ”
หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน
ที่มา พระอรหันต์ สายหลวงปู่มั่น -
อุเบกขาธรรม
อุเบกขาธรรม
กำลังใจของผู้ซึ่งจะเข้ามาศึกษาในพระพุทธศาสนานั้นมีวิธีที่จะวัดง่ายๆคือ บุคคลบางประเภทพอใจแต่เพียงที่จะให้ทานซึ่งเป็นวัตถุแต่ถ้าชวนให้รักษาศีลก็จะทำหน้าเบ้ไม่เอาด้วย โดยมีข้ออ้างสารพัดบางประเภทก็ให้รักษาศีลที่วัดยอมไปแต่ถ้าชวนให้ปฏิบัติสมาธิแล้วไม่เอาเด็ดขาดกลัวจะเป็นบ้า ดังนั้นก่อนจะชวนใครต้องศึกษานิสัยของเค้าเสียก่อนอย่าสุ่มสี่สุ่มห้าชวน เพราะถ้ารนักปฏิบัติใหม่บางท่านจิตกำลังฟูด้วยอำนาจของปิติ ถ้าขาดสติมาพิจารณาใครควรแล้วอาจถูกมองเป็นคนบ้าเพราะต้องการที่จะแสดงออกให้เห็นความมีคุณค่าของการปฏิบัติ จึงอยากชวนให้ผู้อื่นเข้ามาลิ้มลองรสของธรรมะ
ขณะเดียวกันกิเลสที่สิงอยู่ในใจก็เป็นตัวหมุนตามไปด้วย จึงต้องระมัดระวังให้มีสติรู้อยู่ อย่าโมโห
เพราะบุคคลที่พระพุทธองค์จำแนกประเภทไว้มีถึง ๔ เหล่า
ถ้าเจอประเภทไม่เอาไหนหรือประเภทชอบก้าวร้าวเพราะอาจจะเกิดการโต้เถียงขึ้นได้
นี่แหละบอกเกิดขึ้นโดยฉับพลัน เพราะต่างคนต่างหน้าดำหน้าแดงเคียงกันเพื่อชนะ นอกจากทำตัวไม่เกิดแล้ว บางครั้งอาจเกิด"ธรรมมวย"ขึ้นมาแทน
หลวงปู่เคยพูดเสมอว่า " เห็นดี รู้ดี อย่าเที่ยวแสดงออก หรือโม้ไปเดี๋ยวจะดีแตก "... -
"หลวงปู่ขาว เล่าเรื่องเสือ"
"หลวงปู่ขาว เล่าเรื่องเสือ"
" .. "หลวงปู่ขาวอนาลโย เล่าเรื่องเกี่ยวกับเสือในช่วงที่ท่านพักจำพรรษาที่ดงหม้อทอง" อำเภอบึงกาฬ จังหวัดหนองคาย ดังนี้ ..
คืนหนึ่ง หลวงปู่ฯ กำลังให้การอบรมกรรมฐานแก่พระที่จำพรรษาอยู่ด้วยสามสี่องค์ "ก็ได้ยินเสียงนักเลงโตสามตัวลายพาดกลอน ดังกระหึ่ม ๆ ขึ้นข้าง ๆ บริเวณที่พัก" มันอยู่คนละด้าน
ต่อจากนั้นพวกมันก็มาพบกัน "ได้ยินเสียงคำรามขู่กันบ้าง เสียงกัดในลักษณะหยอกล้อกันบ้าง" สักพักก็เงียบหายไป นึกว่าพวกมันไปกันแล้ว ต่อมา ได้ยินเสียงขู่เข็ญ กัดกัน เล่นกัน ข้าง ๆ ที่พักนั้นเอง ดูมันจะใกล้กับที่พระนั่งภาวนาอยู่เรื่อย ๆ
"ประมาณสามทุ่ม เจ้าป่าทั้งสามก็พากันมาหยอกล้ออยู่ใต้ถุนศาลาที่พระกำลังนั่งสมาธิภาวนาฟังการอบรมจากหลวงปู่ฯ อยู่ศาลาหลังเล็ก ๆ นั้น" มีพื้นสูงเพียงเมตรกว่า ๆ เท่านั้นเอง โครงสร้างไม่ได้แข็งแรงอะไรเลย ปลูกพอได้พักอาศัยเท่านั้น
เสือสามตัวส่งเสียงกระหึ่มคำรามหยอกล้อกัดกัน เล่นกันอยู่ใต้ถุนศาลาหลังเล็ก ๆ นั้นส่งเสียงรบกวนพระโดยไม่สนใจอะไร "ดูท่ามันจะสนุกกันใหญ่ หลวงปู่ฯ เห็นว่า ไม่ควรปล่อยไว้เช่นนั้น" จึงพูดเสียงดังลงไปว่า ..
"เฮ้ย .. สามสหาย... -
อย่าให้ความดีร่วงหล่นไปตามนิวรณ์ : ท่านพ่อลี ธัมมธโร
อย่าให้ความดีร่วงหล่นไปตามนิวรณ์ :
การสร้างกุศลให้มีขึ้นในดวงจิตดวงใจเช่นนี้ก็เท่ากับเราเป็นคนมีทรัพย์ และเมื่อมีทรัพย์ก็จะต้องมีสิ่งรบกวนเหมือนต้นไม้ที่มีดอกสวยงาม ก็มักมีบุ้งหนอนหรือแมลงต่างๆมารบกวนเพราะดอกของมันมีกลิ่นหอม
จิตของเราก็เหมือนกัน..เมื่อมีพุทธคุณ ธรรมคุณและสังฆคุณเกิดขึ้น ก็จะต้องมีเครื่องทำลายรบกวน คือ “นิวรณ์” หรือ “นิมิต” เหมือนดอกไม้ที่มีแมลงมาตอม ดอกของมันก็จะต้องร่วงหล่น เมื่อดอกร่วงหล่นเสียแล้ว ผลของมันก็ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ จิตของเราก็เช่นเดียวกัน อย่าให้ความดีร่วงหล่นไปตามนิวรณ์ จึงต้องคอยระวังจิตให้ตั้งเฉยอยู่ในตัวของเราเอง จนรู้สึกว่าไม่มีสิ่งอะไรมารบกวนหรือทำลาย จิตก็จะเหมือนกับช่อมะม่วงที่ถูกละอองฝนหล่อเลี้ยง ไม่ช้าก็จะมีผลตามมาแล้วเราก็เก็บผลกินสบาย
: ท่านพ่อลี ธัมมธโร
ที่มา พระอรหันต์ สายหลวงปู่มั่น -
อารมณ์ไม่มีอะไรจะต้องทำแล้ว: หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ
อารมณ์ไม่มีอะไรจะต้องทำแล้ว
ผู้ถาม : หลวงพ่อคะ เวลาลูกกำลังนั่งอยู่เฉยๆ นี่มีความรู้สึกบอกว่า ” ไม่มีอะไรจะต้องทำแล้ว ” มันว่างแล้วจิตมันฟูขึ้น เกิดขึ้น 2 ครั้ง มีอยู่ครั้งหนึ่งครึ่งวัน แล้วก็ครั้งหนึ่งในเวลาทำงานได้ชั่วโมงกว่า มีความรู้สึกว่า ” ไม่มีอะไรจะต้องทำอีกแล้ว ”
อารมณ์แบบนี้มันเป็นอย่างไรคะ ?
หลวงพ่อ : นั่นแหละ ! อารมณ์พระนิพพานก็เป็นแบบนั้นแหละ ถ้าพูดง่ายๆว่า อารมณ์พระอรหันต์ก็เป็นแบบนั้น ทำได้เดี๋ยวเดียวใช่ไหม ?
ผู้ถาม : ประมาณชั่วโมง แล้วอีกครั้งได้ครึ่งวัน
หลวงพ่อ : เอาละ ช่างมันเถอะ ! ถ้ามันได้ช่วงนิดๆ หน่อยๆก็ดี ให้มันชิน บางทีมันจะได้สักชั่วโมง ครึ่งชั่วโมง หรือ 10 นาที หรือ 2 นาที เราก็พอใจให้มันชิน ไม่ช้ามันจะชิน อารมณ์นี้เวลาจะตายมันจะจับอารมณ์นี้ แต่การสอนเขาสอนนะว่า อารมณ์ว่าง คำว่า ” อารมณ์ว่าง ” คือ ว่างจากกิเลส มันจะเป็นความสุขที่สุด มันสุขเบาๆ ใช่ไหม มันเป็นนิรามิสสุข ไม่ใช่สามิสสุข
ไอ้สามิสสุข คือ ได้ของ ได้คน ได้สัตว์ที่เราชอบ เป็นความสุขเขาเรียกว่า ” สามิสสุข ” คือสุขอิงอามิส
ถ้านิรามิสสุข ไม่เกี่ยวข้องกับอามิส อารมณ์มันเฉยๆ
ผู้ถาม :... -
"เบื่อโลก" คำสอนหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ
เบื่อโลก
ผู้ถาม : หลวงพ่อคะ คนที่ไม่เคยปฏิบัติธรรม แต่ว่ามีความรู้สึกเบื่อโลกอย่างนี้เป็นนิพพิทาญาณหรือเปล่าคะ ?
หลวงพ่อ : เบื่อนิพพิทาญาณหรือเบื่อหนักหนี้หรือเบื่อกลุ้มใจ นิพพิทาญาณเขาแปลว่า เบื่อ ญาณเขาแปลว่ารู้สึกเบื่อ เราก็ต้องดูว่าเขาเบื่อโลกไม่หวังเกิดอีก ไม่หวังเป็นเทวดาหรือพรหม หวังนิพพาน นี่เป็นนิพพิทาญาณ ถ้าเบื่อเฉยๆไม่อยากอยู่ในโลกนี้ อันนี้เรียกมีจิตกังวลหรือจิตเศร้าหมอง นิพพิทาญาณนี่เขาไม่ซึม
ผู้ถาม : อย่างนี้จะแก้โดยการเจริญสมาธิได้ไหมคะ ?
หลวงพ่อ : จะไหวเรอะ ไม่ไหวนะ ใจเขาเป็นแบบนั้น ต้องใช้พระสูตรง่ายๆ จะเป็นเทปพระสูตรหรือหนังสือพระสูตรก็ได้ เอาของที่ยากไปก็ไม่ไหว ถ้าพระสูตรหรือชาดกก็ดี ตอนที่ท่านประชุมชาดกดีมาก
ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษี (ลิงดำ) -
วิธีการบรรลุธรรมได้เร็วที่สุด: พระญาณวิสาลเถร (หลวงปู่หา สุภโร)
วิธีการบรรลุธรรมได้เร็วที่สุด
โยม : หลวงปู่ครับผมทำอย่างไรจะบรรลุธรรมได้เร็วที่สุด
หลวงปู่ : ก็ละความอยากบรรลุธรรมของคุณสิ ได้เร็วที่สุด คุณละได้เร็วเท่าไหร่คุณก็จะบรรลุธรรมได้เร็วเท่านั้น
โยม : ไม่ใช่ครับผมหลวงปู่ ผมหมายถึงว่า ในการปฏิบัติธรรม วิธีการปฏิบัติของสายใดเป็นวิธีลัดให้เราบรรลุธรรมได้ง่ายๆและเร็วที่สุด
หลวงปู่ : เออ ก็อย่างนั้น แล้วคุณจะรีบไปไหนหล่ะ หรือทุกวันนี้คุณรีบไม่พอ เดินทางก็รีบ ทำมาหากินก็รีบ รีบไปหมด การปฏิบัติธรรมก็รีบ คุณดูนี่ (แล้วท่านก็ยกมือข้างซ้ายท่านขึ้นมา กางนิ้วมือทั้ง ห้าน้ิวออก แล้วก็เริ่มโบกเร็วๆ) คุณว่าตอนนี้มีกี่นิ้ว
โยม : เห็นไม่ชัดครับผม หลวงปู่ต้องโบกช้าๆครับผม ผมถึงจะเห็น
หลวงปู่ : นั้นๆ นี่ไงหล่ะ ขนาดคุณยังอยากให้หลวงปู่โบกมือช้าๆเลย โบกมือเร็วๆไม่เห็นนิ้วมือใช่ไหม โบกช้าๆมันจึงจะเห็นชัด การปฏิบัติธรรมหน่ะคุณเอ้ย มันไม่มีอะไรเร็วได้ดอก รีบทำ รีบทำ มันไม่เห็นปัญญานะ ถึงเห็นมันก็ไม่แจ้ง ต้องค่อยๆทำ ค่อยๆเป็นค่อยๆไป แต่อย่าหยุด เดินทุกวัน ทำทุกวัน ภาวนาทุกวัน ขี้เกียจขี้คร้านก็ทำ ขยันหมั่นเพียรก็ต้องทำ อย่าหยุด ค่อยเป็นค่อยไป... -
ถ้าได้เกิดเป็นมนุษย์อยากจะทำอะไร?
ใครหนอน่าสงสารที่สุด
คำถามเดียวกัน แต่ต่างคำตอบ ต่างภพภูมิ ต่างวาระ ต่างบารมี ต่างความคิด ต่างการกระทำ ต่างจุดมุ่งหมาย
” ถ้าได้เกิดเป็นมนุษย์อยากจะทำอะไร??? ”
เทวดา ตอบว่า
“เราจะพิจารณาธรรม เพราะมนุษย์มีกายสังขาร ที่เหมาะกับการพิจารณาธรรมมาก ร่างกายของมนุษย์เป็นเครื่องมือที่ใช้พิจารณาธรรมได้ดีที่สุด น่าอิจฉาพวกมนุษย์จริงๆ”
พญานาค ตอบว่า
“บวชสิ ถ้าได้เกิดเป็นมนุษย์ เราจะบวช … เป็นพญานาคมีฤทธิ์มากก็จริง แต่บวชไม่ได้ พ้นทุกข์ไม่ได้ ไม่เหมือนมนุษย์ พระพุทธเจ้าไม่อนุญาตให้นาคบวช แต่มนุษย์บวชได้ มนุษย์ไปนิพพานได้ แสนประเสริฐ”
พระภูมิเจ้าที่ ตอบว่า
“ถ้าได้เกิดเป็นมนุษย์อีกครั้ง คราวนี้เราจะไปทำบุญใส่บาตรทุกวัน ไม่ต้องมานั่งรอคนอุทิศส่วนกุศลมาให้เราอีก ไปทำเองเลย เพิ่มบารมีได้เร็วทันใจดี”
สัตว์เดรฉาน ตอบว่า
“ถ้าได้เกิดเป็นมนุษย์ เราจะสงเคราะห์สัตว์ตัวอื่นๆ … เป็นสัตว์นั้นทุกข์มาก พูดก็ไม่ได้ คิดอะไรฉลาดๆ ก็ไม่ได้ … เป็นมนุษย์มีสมอง มีปัญญา เราจะใช้ปัญญาของมนุษย์ทำให้ตัวเองไม่ต้องมาเป็นสัตว์อีก”
เปรต ตอบว่า
“เราไม่อยากมีหน้าตาน่าเกลียด ไม่อยากมีปากเท่ารูเข็ม มีรูปร่างสูงเหมือนต้นตาล... -
การใช้ชีวิตในทางโลก : หลวงพ่อพระราชพรหมยาน
การใช้ชีวิตในทางโลก : หลวงพ่อพระราชพรหมยาน
คุณครูคณิตพร บุณยเกียรติ(ชื่อเก่าท่านคือครูสมพร ชื่อเล่นคือครูเปี๊ยก) ได้เขียนเล่าเรื่องประทับใจในองค์หลวงพ่อเอาไว้ในหนังสือลูกศิษย์บันทึกเล่ม พิเศษ ทางเวบวัดท่าซุงมีนำเรื่องนี้มาลงไว้ด้วย
ผมขอนำบางส่วนที่ครูเปี๊ยกได้เขียนถึงคำสอนหลวงพ่อหลายๆอย่างในการใช้ชีวิตในทางโลกเอาไว้ดังนี้ครับ :
๑. ท่านสอนให้เป็นคนตื่นแต่เช้า โดยบอกว่า “คนที่ตื่นเช้าจะไม่ยากจน” ตื่นมาทำอะไรให้เสร็จเรียบร้อย และจะไปนอนใหม่ก็ไม่เป็นไร
๒. ท่านสอนให้ทำอะไรเร็วๆ ไวๆ ไม่ชักช้ายืดยาด ถ้าท่านบอกให้ใครไปทำอะไร ต้องรีบลุกทันที จะใช้คำว่า “เดี๋ยวก่อน” ไม่ได้เลย การเดินทางติดตามท่านแต่ละครั้ง ต้องเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเวลานัดหมายประมาณ ๑ ชั่วโมง มีอยู่คราวหนึ่ง
ท่าน นัดรถออกตี ๕ พอตี ๔ เศษๆ หลวงพ่อท่านออกมาแล้ว ข้าพเจ้าต้องรีบขึ้นรถทั้งชุดนอนแล้วไปเปลี่ยนที่ปั๊มน้ำมันเวลารถจอดเติม น้ำมัน ตั้งแต่นั้นมาการเดินทางทุกครั้ง พวกเราจะตื่นมาแต่งตัวและจัดกระเป๋าให้เรียบร้อยพร้อมขึ้นรถได้ทันที แล้วนอนคอยเวลา พอท่านมาก็ลุกไปขึ้นรถได้เลย เป็นการฝึกให้ลูกศิษย์มีนิสัยทำอะไรรวดเร็ว... -
อริยสัจจากพระโอษฐ์ ตอน ผู้ไม่รู้อริยสัจ ชื่อว่าตกอยู่ในที่มืด
อริยสัจจากพระโอษฐ์ ตอน ผู้ไม่รู้อริยสัจ ชื่อว่าตกอยู่ในที่มืด
ภิกษุ ท. ! บุคคลเหล่าใด จะเป็นสมณะหรือพราหมณ์ ก็ตาม ไม่รู้ อยู่ตามเป็นจริง ว่า “นี้เป็นทุกข์, นี้เป็นเหตุให้เกิดทุกข์, นี้เป็นความดับไม่เหลือ
๑. คือพระโสดาบัน ที่ต้องมีกำเนิดอีก ๗ ชาติ อันเป็นพระอริยบุคคลขั้นต้นที่สุดของจำพวกโสดาบัน. แม้กระนั้น ก็ตรัสว่า ทุกข์หมดไปมากกว่าที่ยังเหลือ.ของทุกข์ และนี้เป็นทางดำเนินให้ถึงความดับไม่เหลือของทุกข์ ;” ดังนี้, เขาเหล่านั้น ย่อมยินดี ต่อสิ่งอันเป็นปัจจัยปรุงแต่งที่เป็นไปพร้อมเพื่อความเกิดเป็นต้น, เขายินดีแล้ว ก็ สร้างปัจจัยนั้น ๆ, ครั้นก่อสร้างแล้ว ก็ ตกจมลงสู่ห้วงแห่งความมืดอันกระทำให้เป็นเหมือนตาบอด ได้แก่ความมืด คือความเกิดความแก่ ความตาย ความโศก ความร่ำไรรำพัน ความทุกข์กาย ความทุกข์ใจและความคับใจ. ภิกษุ ท. ! บุคคลเหล่านั้น เรากล่าวว่า เขาไม่พ้นไปจากทุกข์ คือความเกิดเป็นต้น ไปได้เลย.
ภิกษุ ท. ! ส่วนบุคคลเหล่าใด จะเป็นสมณะหรือพราหมณ์ ก็ตามเมื่อรู้ชัดตามเป็นจริงว่า “นี้เป็นทุกข์, นี้เป็นเหตุให้เกิดทุกข์. นี้เป็นความดับไม่เหลือแห่งทุกข์... -
บุพพกรรมเก่าของตัวเอง ( หลวงปู่จาม มหาปุญโญ )
บุพพกรรมเก่าของตัวเอง
หนีจากผีพวกนั้นมาอยู่สันป่าเคียะใกล้แม่กอย จะภาวนาอยู่นั้นก็ไม่อยู่ ทั้งที่ภาวนาก็ดีอยู่ จิตใจนึกคิดแต่ไปทางสะเมิง จึงได้ลงไปดอยแม่ปั๋ง อาจารย์หนูไม่ไปด้วย ลาจากกันแล้วก็ลงไปแม่แตง ต่อไปแม่ริม เข้าไปทางสะเมิง
มาคิดดูเดี๋ยวนี้เห็นจะเป็นพระบุพพกรรมของตนก็เป็นไป ไปถึงสะเมิงแล้วก็ต่อไปทางแม่บ่อแก้ว ว่าจะไปเสาะหาที่เจริญภาวนาก็เลยหลงดงหลงป่า หมู่บ้านผู้คนในยุคสมัยนั้นก็อยู่ห่างไกลกันยิ่งนัก เดินลัดตัดดอยขึ้นลงๆ อยู่อย่างนั้น
อาหารบิณฑบาตก็ลำบากที่สุด บางวันได้แต่ข้าวเปล่า บางวันได้กล้วยลูกสองลูก บางวันได้น้ำอ้อยก้อน บากบั่นมุทะลุแท้ๆ ล่ะ สมัยยังหนุ่มแน่น เดินทางตลอดวัน ค่ำไหนนอนนั่น มันอยากแต่จะไปก็ให้มันไปลองดู มันจะเป็นอย่างไร ได้ฉันบ้างไม่ได้ฉันบ้าง ร่างกายก็อ่อนเพลียลง ยังดีแต่จิตใจยังมุ่งมั่นบากบั่นอยู่ ยังสู้อยู่ ไม่บ้าก็ใกล้ๆ บ้า เป็นคนน้อยหนุ่มนี้คิดนึกปุ๊บก็แต่งบริขารใส่บาตรใส่ย่ามก็ออกเดินทางทันที
ใกล้ค่ำแล้วจึงได้ไปพบปะหมู่บ้านหนึ่ง ก็เลยพักปักกลดอยู่ใกล้ริมน้ำสายหนึ่ง ชาวบ้านมาเห็นเข้าจึงได้พาไปพักอยู่เถียงนา... -
“มจร-สอศ.”มอบรางวัลนักข่าววิถีพุทธชูคนดีให้มีที่ยืน
วันศุกร์ ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2560, 18.21 น.
“มจร-สอศ.”มอบรางวัลนักข่าววิถีพุทธชูคนดีให้มีที่ยืน
“มจร-สอศ.” มอบรางวัล นักข่าววิถีพุทธ หวังส่งเสริม “สื่อสารธรรมความดีสู่สังคม” ให้มีที่ยืน แนะะใช้หลักการสื่อสารตามแนวพุทธสันติวิธีเป็นฐานทำดีอย่างไรให้เป็นข่าว
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 15 กันยายน พ.ศ.2560 ที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ผู้แทน ดร.บุญส่ง จำปาโพธิ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) กระทรวงศึกษาธิการ ได้เป็นประธานมอบรางวัล “สื่อสารธรรมความดีสู่สังคม” หรือนักข่าววิถีพุทธ แก่นายสำราญ สมพงษ์ บรรณาธิการบ้านเมืองออนไลน์ นิสิตปริญญาเอก สาขาสันติศึกษา มจร ภายใต้การร่วมมือระหว่าง มจร กับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
ในการนี้นายสำราญได้บรรยายพิเศษเรื่อง “ทำงานวิถีพุทธอย่างไรให้เป็นข่าว เพื่อสื่สารความดีสู่สังคม” ความว่า เมื่อเข้ามาเรียนหลักสูตรสันติศึกษาที่มหาจุฬาฯ พระมหาหรรษา ธัมมหาโส ผู้ช่วยอธิการบดีมหาจุฬาฯฝ่ายวิชาการ ผู้อำนวยการหลักสูตรสันติศึกษา ได้เตือนสติว่า “เมื่อมาเรียนสันติศึกษาแล้วจงเอาธรรมไปทำ แต่อย่าติดทำ ทำแล้วทิ้ง... -
คณะพระธรรมทูตไทยในต่างประเทศ ทั่วโลก พร้อมจัดงานถวายพระเพลิงพระบรมศพ รัชกาลที่ ๙
คณะพระธรรมทูตไทยในต่างประเทศ ทั่วโลก พร้อมดำเนินการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนชาวไทยทั่วโลก วางดอกไม้จันทน์ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้
วันนี้ (๑๒ ก.ย. ๖๐) พระพรหมสิทธิ กรรมการมหาเถรสมาคม ประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เป็นประธานเปิดงานประชุมพระธรรมทูตไทยในสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์ ประจำปี ๒๕๖๐ ณ วัดมหาธาตุ เมืองคิงส์บรอมลี สหราชอาณาจักร พร้อมด้วยคณะพระมหาเถรานุเถระ มีพระธรรมโพธิวงศ์ หัวหน้าพระธรรมทูตไทยสายอินเดีย-เนปาล พระเทพพุทธิวิเทศ ประธานสมัชชาสงฆ์ไทยในอเมริกา พระกิตติโสภณวิเทศ ประธานสหภาพพระธรรมทูตไทยในโอเชียเนีย ในการประชุมคราวนี้จัดขึ้นโดยองค์กรพระธรรมทูตไทยในสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์ โดยมีพระเทพภาวนามงคล ประธานองค์กรฯ ทั้งมีพระธรรมทูตมาร่วมประชุมจากทั่วโลก
ในการประชุมนี้ พระพรหมสิทธิ ประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ ได้อ่านสาสน์ ของท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม... -
ต้นโพธิ์ใบสีชมพูหลังพระบาทพระนอนวัดขุนอินทร
ต้นโพธิ์ใบสีชมพูหลังพระบาทพระนอนวัดขุนอินทร
ต้นโพธิ์ใบสีชมพู แตกหน่อออกใบขึ้นอยู่หลังพระบาทพระนอนวัดขุนอินทร ด้าน นักท่องเที่ยวกราบไหว้เชื่อเป็นสิริมงคล
ต้นโพธิ์ใบสีชมพู แตกหน่อออกใบขึ้นอยู่หลังฝ่าพระบาทพระนอน พระนอนวัดขุนอินทร อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง โดยมีลักษณะเป็นก่อหลายต้นขนาดเล็ก แตกใบอ่อนเป็นสีชมพู สวยงาม จำนวนหลายใบ ลำต้นสูงประมาณ 50-60 เซนติเมตร จำนวน 2 กอ ขึ้นอยู่ที่โคนต้นโพธิ์ขนาดใหญ่ที่มีใบสีเขียวปกคลุม ด้านพระสมคิด เขมจาโร พระลูกวัดขุนอินทรประมูล กล่าวว่า ต้นโพธิ์ขนาดเล็กที่แตกใบออกเป็นสีชมพูขึ้นอยู่ที่บริเวณโคนต้นโพธิ์ขนาดใหญ่ปลายฝ่าพระบาทพระนอน มานานแล้วโดยแตกหน่อมาจากต้นโพธิ์ใหญ่ นักท่องเที่ยวได้นำเชือกผ้าเหลืองจำนวนมากมากผูกไว้ที่โคนต้นโพธิ์ พร้อมกราบไหว้ขอพรเชื่อเป็นสิริมงคล
วัดขุนอินทประมูล เป็นพุทธมณฑลจังหวัดอ่างทอง ที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์เก่าแก่ที่มีอายุกว่า 400 ปี มีพระนอนที่ยาวที่สุดในโลก สร้างขึ้นในสมัยกรุงสุโขทัย มีความยาววัดจากปลายพระเมาลีถึงปลายพระบาทได้ 50 เมตร สักการบูชา “องค์พระพุทธไสยาสน์” โดยสัมผัสที่ฝ่าพระบาทพระนอน... -
มส.หวั่นโพสต์มารว่อนสร้างเครือข่ายพุทธต้าน
วันศุกร์ ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2560, 17.55 น.
มส.หวั่นโพสต์มารว่อนสร้างเครือข่ายพุทธต้าน
“มจร”จัดสัมมนานาชาติ “พระพุทธศาสนาในยุคดิจิตอล” ปัญหาโรฮิงญากระฉ่อน มส.หวั่นโพสต์มารว่อนมุ่งสร้างเครือข่ายพุทธต้าน มุ่งผลิตเนื้อหาพุทธเชิงบวกเสริมคุณค่ามนุษย์
วันที่ 15 กันยายน 2560 ที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา พระพรหมบัณฑิต กรรมการมหาเถรสมาคม อธิกาบดี มจร และประธานสมาคมมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนานานาชาติ ได้เป็นประธานในพิธีเปิดสัมมนานาชาติ เรื่อง “พระพุทธศาสนาในยุคดิจิตัล” (Buddhism in Digital Era) โดยมีศาสตราจารย์ อาจารย์ นิสิต และผู้สนใจเข้าร่วมงานสัมมนากว่า 20 ชาติ
พระพรหมบัณฑิต กล่าวว่า ในยุคดิจิตอลเทคโนโลยีมีความเจริญมาก ขณะเดียวกันข้อมูลที่เผยแพร่ทางโลกดิจิตอลนั้นมีลักษณะเป็นมารคือมีทั้งจริงและไม่จริงเป็นภัยก็มาก ดังนั้นจะทำอย่างไรที่จะเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาซึ่งเป็นข้อมูลเชิงบวกที่เป็นประโยชน์ขึ้นไปในกระแสโลกดิจิตอลบ้าง แนวทางก็คือจะต้องมีการร่วมมือของชาวพุทธเป็นลักษณะเครือข่าย... -
"ความทุกข์เกี่ยวกับการปฏิบัติศาสนา"
"ความทุกข์เกี่ยวกับการปฏิบัติศาสนา"
" .. ความทุกข์เกี่ยวกับการปฏิบัติศาสนา "ก็คือทุกข์เพื่อจะแก้จะถอดจะถอนเสี้ยนหนามออกจากจิตใจ" เหมือนหนามยอกเข้าที่เท้า "จะถอดหนามออกถอนหนามออกก็กลัวเจ็บ" แล้วปล่อยให้มันจมอยู่อย่างนั้นจะเป็นยังไง มันก็เลอะไปหมด เน่าไปหมด เท้า และยังทำให้อวัยวะส่วนอื่นเสียไปอีกด้วย
ถ้าเราเห็นว่า "การถอดถอนหนามออกนั้นเป็นความทุกข์" และไม่กล้าถอดถอน เราจะปล่อยให้มันจมอยู่นั้นจะเป็นยังไง "เราต้องเอาเหตุผลเข้าไปจับ ทุกข์ก็จำต้องถอนต้องถอด" ไม่ถอดไม่ได้
ทีนี้ก็ถอน "เจ็บก็ถอน ทุกข์ก็ถอน แล้วใส่ยามันก็หาย" หายชั่วขณะที่ถอนเท่านั้น ถ้าหากเราไม่ถอนโดยถือว่ามันเจ็บปวดนั้น มันจะจมจะเป็นทุกข์ขนาดไหนเรื่องกิเลส "ซึ่งเปรียบเหมือนกับหนามยอกหัวใจเราก็เหมือน ๆ กันอย่างนั้น" ความเพียรพยายามนี้เหมือนกับจะถอดถอนหัวหนามออกมา ต้องมีทุกข์บ้างจะว่าไง
"เราเป็นศิษย์ที่มีครู เราก็ต้องทำแบบครู" เราอย่าทำแบบเรา "แบบเรา คือกิเลสอาสวะนั่นเป็นอาจารย์สอนให้คนขี้เกียจขี้คร้าน" มักง่ายอ่อนแอ ไม่จริงไม่จัง ทำอะไรก็ไม่เป็นหลักเป็นเกณฑ์ ไม่มีเหตุมีผล .. "
หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน... -
ลิงผีปอบ (หลวงพ่ออินทร์ถวาย)
ลิงผีปอบ
สมัยหลวงพ่อเป็นเด็กหลวงพ่ออยู่ตีนเขาภูเขียว บ้านแวง หลวงพ่อเป็นเด็กน้อย มีลิงฝูงใหญ่ลงมากินข้าว ข้าวกำลังเหลือง พวกเกี่ยวข้าวก็ให้เด็กไปไล่ลิง ตะโกนโหวกเหวกไปตบไม้ตีขอนไปเรื่อยให้ลิงกลัว เราก็ถาม เอ๊ะ ลิงบางตัวมันทำไมมาเป็นฝูง ทำไมบางตัวมาตัวเดียว ผู้ใหญ่เขาว่านั่นล่ะ ลิงผีปอบ พอว่าผีปอบเราเป็นเด็กก็กลัวใช่ไหมล่ะ เอ้า ทำไมเป็นผีปอบ มันเป็นผีปอบจะมากินคนใช่ไหม พวกผู้ใหญ่ก็หัวเราะ
คำว่าผีปอบนี้หมายความว่า มันอยู่กับฝูงไม่ได้ ฝูงของมันเป็นฝูงใหญ่ ทีนี้มันอยากจะเป็นจ่าฝูง มันจะแข่งเขา แข่งหัวหน้า พอมันแข่งหัวหน้า หัวหน้าก็สู้ กัด พอกัด ถ้าหัวหน้าด้อยกว่าหัวหน้าก็กระโดดออกไป หนีออกจากฝูง เข้าฝูงไม่ได้ หัวหน้าก็เป็นผีปอบล่ะทีนี้ เพราะอยู่ตามลำพัง ตัวนี้ก็เป็นหัวหน้าจ่าฝูง แต่ถ้าหัวหน้าชนะ ลิงตัวนั้นก็อยู่ฝูงไม่ได้ แตกฝูงออกไป ก็ไปอยู่ตามลำพัง เป็นลิงผีปอบ เข้าหมู่เข้าเพื่อนไม่ได้
คำว่าผีปอบคำนี้คืออะไร สมัยก่อนบ้านเมืองไม่เจริญ ถ้าคนใดไปเรียนคาถาอาคม เรียนว่านกระจาย เป็นผีปอบผีโพง มันมีเด๊ะในหมู่บ้าน ชาวบ้านก็รุมไป ไปไล่ มันไม่หนีก็เอาขอนสุมเลย กลางคืนนะ ผลที่สุดก็ต้องหนีไป... -
หลวงพ่อฤาษีลิงดำ เล่าเรื่องตัวอย่างคนที่ถูกธรณีสูบ
หลวงพ่อฤาษีลิงดำ เล่าเรื่องตัวอย่างคนที่ถูกธรณีสูบ
FungKhorKid :-
Published on Sep 14, 2017 -
คาถาสำหรับคนกลัวผี
คาถาสำหรับคนกลัวผี
ของดีพระพุทธเจ้าสอนไว้ให้หมด แต่ว่าเกจิอาจารย์อยากดัง เอาสิ่งอื่นมาแทรกแซง ทำให้คนไทยเขวจากหลักความจริง กลัวผีหรือ…กลัวผี
เจริญพุทธคุณ ธัมมคุณ สังฆคุณ ท่อง กรณียเมตตสูตรให้ได้ สวดทุกวัน
ผีไม่มากวน ถ้ามันมา มันก็มาขอส่วนบุญจากเรา นี่! อยู่ที่กุฏิหลังนี้แหละ แม่ของไอ้น้อยคนหนึ่งผีเข้าสิงทุกวัน มันแบกแม่มันมาจากบ้าน มาวางอยู่หน้าประตู พอผีมันออก ก็เดินเข้ามานี่ได้ พอมา
แกก็มาเล่าให้ฟัง…“ไม่ทราบว่ากรรมเวรอะไร สวดมนต์ไหว้พระ นั่งสมาธิทีไร จิต มีอาการเคลิ้มๆ พอจะสงบ ผีเข้าสิงทุกที”
แกว่า “นี่มันก็ยังตามมา อยู่นะ มันอยู่หน้าประตูหลวงพ่อนี่ มันคอยอยู่นั่น” หลวงพ่อก็บอกว่า…“เออ! มันอยู่ไหน ให้มันเข้ามาสิงดูซิ” พอขาดคำ มันมาสิงทันที แกก็ล้มตูมลงไป
หลวงพ่อก็เทศน์ให้ฟัง “นี่! เจ้าเป็นวิญญาณภูตผีปีศาจร้าย มาเข้าสิงกายมนุษย์ ทำให้จิตใจเขาไม่เป็นปกติ ไม่เป็นอันทำมาหาเลี้ยงชีพ เจ้ากำลังสร้าง บาปกรรม จะลงนรก หรือเจ้ามีความผิดอะไรต่อข้า ข้าอโหสิกรรม ให้หมด บุญกุศลสิ่งใดที่ข้าบำเพ็ญมาข้าอุทิศให้เจ้า”
แล้วก็น้อมจิตแผ่เมตตาให้มัน แล้วมันก็ออก วันนี้ลูกชายยังมาอยู่ ถามว่า... -
เทวดาสนทนาธรรมกับหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต
๏ เทวดาสนทนาธรรมกับหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ๏
ครั้งหนึ่ง เมื่อพวกเทวดามาเยี่ยมหลวงปู่มั่นเพื่อฟังเทศน์ หัวหน้าเทวดาองค์หนึ่ง พูดกับท่านว่า
“ท่านมาพักอยู่ที่นี่ทำให้พวกเทวดาสบายใจไปทั่วกัน เทวดามีความสุขมากผิดปกติ เพราะกระแสเมตตาธรรมท่านแผ่กระจายครอบท้องฟ้าอากาศและแผ่นดินไปหมด กระแสเมตตาธรรมของท่านเป็นกระแสที่บอกไม่ถูกและอัศจรรย์มาก ไม่มีอะไรเหมือนเลย”
หัวหน้าเทวดาพูดต่อไปว่า
“ฉะนั้น ท่านพักอยู่ที่ไหน พวกเทวดาต้องทราบกันจากกระแสธรรมที่แผ่ออกจากองค์ท่านไปทุกทิศทุกทาง แม้เวลาท่านแสดงธรรมแก่พระเณรและประชาชน กระแสเสียงของท่าน
ก็สะเทือนไปหมดทั้งเบื้องบนเบื้องล่าง ไม่มีขอบเขต ใครอยู่ที่ไหนก็ได้เห็นได้ยิน นอกจากคนตายแล้วเท่านั้นที่จะไม่ได้ยิน”
ตอนนี้ จะได้เชิญอาราธนาคำพูดสนทนากันระหว่างหลวงปู่มั่นกับหัวหน้าเทวดามาลงอีกเล็กน้อย ส่วนจะจริงหรือเท็จ ก็เขียนตามที่ได้ยินได้ฟังมา หลวงปู่มั่นย้อนถามหัวหน้าเทวดาบ้างว่า
“ก็มนุษย์ไม่เห็นได้ยินกันบ้าง ถ้าว่าเสียงเทศน์สะเทือนไปไกลดังที่ว่านั้น”
หัวหน้าเทวดารีบตอบทันทีว่า
“ก็มนุษย์เขาจะรู้เรื่องอะไรและสนใจกับศีลกับธรรมอะไรกันท่าน !!!... -
หลวงพ่อฤาษีลิงดำมีคำตอบ! ทำไมบางคนตายไปเป็น"สัมภเวสี" แล้วทำบุญอย่างไร "สัมภเวสี"จึงได้รับ!
บันทึกธรรมพระราชพรหมยาน
พี่น้องทำไมอายุสั้น
ผู้ถาม :: กราบเท้าหลวงพ่อที่เคารพอย่างสูง กระผมแปลกใจมาก พี่ ๆ น้อง ๆ ทำไมอายุสั้นพลันตายกันเหลือเกิน ไม่เห็นจะตายครบกำหนดอายุขัย แต่นี่ไม่ใช่ปัญหา ปัญหาก็คือว่า การทำบุญอุทิศให้คนที่ตายก่อนอายุขัย ประเภทอุปฆาตกรรมอย่างนี้ จะถึงมีผลแก่ผู้ตายหรือเปล่าครับ?
หลวงพ่อ :: ความจริงคนที่ตายก่อนอายุขัย จะบอกให้ทราบนะ เอาอย่างนี้ก่อน คนที่ตายตามอายุขัย ตายปุ๊บจะต้องตายไปตามกำลังบุญ และกำลังบาป ถ้าเวลานั้นคบบาป ไปตามบาปทันที ถ้าคบบุญ ไปตามบุญทันที และบาปจะไปนรกก็ไม่ได้ ไปสวรรค์ก็ไม่ได้ ที่เขาเรียกว่า “สัมภเวสี”
สัมภเวสีนี่ ถ้าหากว่าญาติฉลาด ทำบุญถวายสังฆทานหรืออะไรก็ตาม เจาะจงให้แต่ผู้เดียว อย่าเผื่อคนอื่น อย่างนี้จะได้รับทันที เป็นผีที่มีความสุข แล้วก็คนนั้น ถ้าถึงวาระอายุขัยจะไม่ไปนรกแล้ว ไปสวรรค์ก่อน ตามกำลังบุญ
หลวงพ่อวัดท่าซุงตอบปัญหาธรรม โดย หลวงพ่อฤๅษีฯ วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี -
อานิสงส์แรงกล้า! เมื่อบริจาค"ร่าง"และ"ดวงตา"เป็นทาน หลวงพ่อฤาษีลิงดำยืนยัน!!
อานิสงส์อุทิศดวงตาและอุทิศศพ
หลวงพ่อฤๅษี วัดท่าซุง ตอบปัญหาธรรม
ผู้ถาม :- “ถ้าเราจะไม่เกิดอีกแล้ว และเราอุทิศดวงตาให้สภากาชาด แต่ถ้าบางทีเราไม่ถึงซึ่งพระนิพพานและเราต้องมาเกิดอีก อยากทราบว่า ตาเราจะบอดหรือไม่ครับ…?”
หลวงพ่อ :- “บอดแน่ ๆ เลย เสร็จ..ไม่มีตาดูน่ะซิ”
ผู้ถาม :- “ก็นั่นนะซิครับ กลัวจังเลยว่าจะไม่มีตาดู”
หลวงพ่อ :- “ต้องตอบว่า ตาจะแจ่มใสดีกว่าตาเดิม เพราะอานิสงส์อุทิศลูกตาเป็นทาน ไม่ใช่ตาบอดนะ”
ผู้ถาม :- “ลูกเคยตั้งใจไว้ว่า การบริจาคดวงตาและร่างกายเมื่อหลังจากตายแล้ว จะได้ประโยชน์ หลวงพ่อว่าดีไหมคะ…?”
หลวงพ่อ :- “บุญน้อยไปให้เมื่อตายแล้ว ต้องให้เมื่อเป็น”
ผู้ถาม :- “ก็ตาบอดซิคะ”
หลวงพ่อ :- “ใส่ตาใหม่ ใส่ตาแก้วมันสวยกว่าตาเก่า ตาใสแจ๋วแต่มองอะไรไม่เห็น อย่างพระพุทธเจ้าสมัยเมื่อเป็นพระเวสสันดรไงล่ะ เขามาขอของภายนอกก็คิดว่า ทำไมไม่ขอดวงหทัย…ทำไมไม่ขอดวงตา…ทำไมไม่ขอแขนซ้ายแขนขวา…ถ้าขอดวงตาเราจะควักให้ ขอแขนซ้ายจะตัดให้ ขอแขนขวาจะตัดให้ เป็นต้น
แต่ว่าการตั้งใจแบบนั้นก็เป็นกุศลนะ กุศลย่อมเกิดตั้งแต่เริ่มคิด ตัดสินใจว่าจะให้ เวลาตายไปแล้วก็ได้บุญแน่... -
ผู้หญิงต้องรู้! ทำบุญแบบไหน ให้เกิดมาสวยได้ทุกชาติไป
พระนางรูปนันทา เกิดมาสวยทุกชาติเพราะอะไร?
พระธรรมเทศนาหลวงพ่อฤๅษี วัดท่าซุง
… ทำไมพระนางรูปนันทาจึงสวยมาก ตอนนี้องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงไว้ในที่บางตอน ท่านกล่าวว่า พระนางรูปนันทาเป็นคนในตระกูลศากยราช เกิดในตระกูลของเจ้าก็จริงแหล่ แต่ทว่าเป็นเจ้าที่มีความสวยงดงามเป็นกรณีพิเศษ ไม่มีหญิงใดในกรุงกบิลพัสดุ์มหานครจะสวยเท่าพระนางรูปนันทา
คำว่า รูปนันทา แปลว่า มีรูปเป็นเครื่องบันเทิง คือมีรูปเป็นเครื่องดีใจ สมเด็จพระจอมไตรตรัสว่า ในอดีตชาติก่อน คือว่าทุกชาติที่ผ่านมามันเป็นนิสัยนะ พระพุทธเจ้าบอกว่านิสัยนี้ละไม่ได้ คนจะละนิสัยได้มีคนเดียวคือพระพุทธเจ้า ถ้ายังไม่เป็นพระพุทธเจ้าเพียงใด ก็ทรงนิสัยตามนั้น เมื่อได้บรรลุอภิเษกสัมมาสัมโพธิญาณแล้วก็ละนิสัยนั้นได้ มีองค์เดียว คนอื่นนอกจากพระพุทธเจ้าแม้แต่พระอรหันต์ทั้งหลายก็ละนิสัยเดิมไม่ได้ อย่างพระสารีบุตรอดีตเห็นจะเกิดเป็นลิงมามาก เป็นอัครสาวกขององค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า เวลาพบลำคลองหรือลำราง พระอื่นค่อย ๆ ข้ามไป หรือค่อยๆ ถกผ้าลุยน้ำไป แต่พระสารีบุตรขัดเขมรแล้วก็โดดไป เป็นอันว่านิสัยนี้ทิ้งไม่ได้แม้ว่าจะเป็นอัครสาวก... -
ไม่เกิน ๓ เดือน เห็นผลทันที..เคล็ดการบนท้าวเวสสุวัณ เมื่อชีวิตไม่ราบรื่น ..ทำตามเห็นผลแน่นอน
เคล็ดไหว้ขอบารมีท่านท้าวเวสสุวัณเมื่อเกิดความติดขัดในชีวิต
สำหรับ ใครแก้ไขด้วยตนเองแล้วยังไม่ดีขึ้นสักที ทั้งเรื่องการงาน การเงิน โชคลาภ แนะนำให้ให้ท่านบนบานศาลกล่าวหรือไหว้ ต่อท่านท้าวเวสสุวัณ
โดยวิธีนี้ท่านสามารถ ไหว้ได้เองที่บ้านโดยจะมี รูปท่านท้าวเวสสุวัณเป็นผ้ายันต์หรือ ลอยองค์ก็ได้
กระทำดังนี้
ให้ท่านอาบน้ำ แต่งกายให้สะอาดสุภาพ จากนั้น ให้เข้าห้องพระ สมาทานศีล ๕
จากนั้น จึงสวดมนต์ โดยสวดบูชาพระรัตนตรัย พาหุง ชินบัญชร
แล้วให้ท่าน เตรียมธูปหอมมา ๙ดอก พวงมาลัยควรเป็นดาวเรืองหรือกุหลาบ๑พวง
ให้จุดธูปหอมและพนมมือสวดพระคาถาท้าวเวสสุวัณดังนี้
นะโมฯ ๓ จบ
จากนั้นสวดคาถาบูชาท้าวเวสสุวัณ
อิติปิ โส ภะคะวา ยมมะราชาโน ท้าวเวสสุวัณโณ
มะระณัง สุขัง อะหัง สุคะโต นะโม พุทธายะ ท้าวเวสสุวัณโณ
จาตุมะหาราชิกา ยักขะ พันตาภัทภูริโต เวสสะ พุสะ พุทธัง
อะระหัง พุทโธ ท้าวเวสสุวัณโณ นะโม พุทธายะ
สาธุ... ลูกชื่อ...... นามสกุล.......อาศัยอยู่บ้านเลขที่......... ขอกราบกรานองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระธรรม และพระอริยสงฆ์ทั้งหมด และ...
หน้า 365 ของ 440