คลังเรื่องเด่น
-
"ละบาปก่อนจึงบำเพ็ญบุญ" (หลวงปู่ชา สุภัทโท)
"ละบาปก่อนจึงบำเพ็ญบุญ"
" .. หัวใจพุทธศาสนาสอนว่า "ไม่ให้ทำความผิด แล้วก็ทำจิตให้เป็นกุศล แล้วก็จะเกิดปัญญา" แต่ทุกวันนี้ทำบุญกัน "แต่การละบาปนั้นไม่มีใครคิดเห็น"
ความเป็นจริงนั้น "ก็ต้องละบาปก่อนจึงบำเพ็ญบุญ" ถ้าบาปไม่ละจะเอาบุญไปอยู่ที่ไหน ไม่มีที่จะอยู่หรอกบุญนั้น ฉะนั้น "เราต้องกวาดเครื่องสกปรกออกจากใจของเราเสีย แล้วจึงจะทำความสะอาด" เรื่องนี้พวกเราควรจะเอาไปคิดพิจารณา .. "
"๘๔ พระธรรมเทศนา"
หลวงปู่ชา สุภัทโท -
นอนภาวนาในโลงศพ(หลวงปู่จาม มหาปุญโญ)
“…นอนภาวนาในโลงศพ…”
“…การนอนในโลงศพ ก็เคยทำ นอนพิจารณาความตาย กำหนดพิจารณาว่า “มรณํ เม ภวิสฺสามิ”
อันนี้ทำอยู่เมื่อคราวอยู่บ้านปากทางแม่แตง เจริญมรณานุสสติ นานเข้าฯ จิตใจอ่อนดี ได้กำลังดีมาก นับว่าได้ประโยชน์
เราก็หลบซ่อนทำอยู่โดยลำพัง กลัวย้านโยมมาเห็นแล้วเขาจะกลัวหรือหาว่าเป็นขึดเป็นขวงอย่างนั้นไป แต่ก็ไม่วายสุดท้าย ญาติโยมเขารู้จักจึงได้หยุด
วันนั้นอ้ายสุวรรณ เด็กน้อยหนุ่มวัยรุ่น เขาใช้ให้มาส่งข่าวให้ว่าท่านอาจารย์แหวนหกล้มตกหัวกระไดกุฏิอยู่บ้านป่ง ญาติโยมเขาก็จะไปทำบุญพรุ่งนี้เดินทางไปแต่เช้า มาบอกให้เราเตรียมตัวไม่ต้องออกบิณฑบาต เพราะจะให้ไปฉันกับท่านอาจารย์แหวน ช่วงนั้นอยู่คนเดียว ท่านอาจารย์ตื้อ (อจลธมฺโม) ยังไม่มาอยู่ด้วย
ผู้ข้าฯ ก็นอนกำหนดภาวนาอยู่ออกพรรษาใหม่ๆ อากาศมันหนาวเข้ามาเข้าไปนอนในโลงศพมันอุ่นดี เอาฝาโลงปิดแง้มไว้ให้ได้อากาศหายใจ อ้ายสุวรรณมันก็มาร้องหา “ตุ๊เจ้าๆ ๆ”
เราจะออกไปตอนที่มันอยู่ใกล้ๆ แถวนั้นก็กลัวมันย้านแล้ว วิ่งนี้คอยท่าให้มันเดินห่างแถวนั้นไปก่อน มันก็ร้องหาอยู่ “ตุ๊เจ้าๆ ๆ”
มันเดินไปไกลหน่อยหนึ่งแล้วเราก็ค่อยๆ จะออกมาที่นี้... -
ระงับดับกิเลสที่ใจ (หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน)
ถ้าอะไรมันกระเทือนขึ้นในใจให้ดูหัวใจเจ้าของทันที เพราะเรามาแก้ใจ มาระงับดับกิเลสที่ใจ กิเลสแสดงออกมา หือ ออกมาแล้วหรือให้ว่างั้นซิ สมมุติไม่พอใจคนนั้น ความไม่พอใจนี้คือเรื่องของเราเองเป็นผู้ก่อขึ้นมา นี่จับตัวนี้ก่อน ฟาดตัวนี้ให้มันพังลงไปซิ นั่นจึงเรียกว่าผู้มาแก้กิเลส ต้องดูตัวนี้ซิ ไปดูอะไรข้างนอก ต้นเสานี่ก็ไปโกรธมันได้ถ้าใจเลวเสียอย่างเดียว ต้นเสาก็ไปโกรธให้เขาได้ ภูเขาทั้งลูก ดินฟ้าอากาศ โกรธให้เขาไม่พอใจให้เขาได้ ถ้าใจเลวเสียอย่างเดียวว่างั้นเลย ถ้าใจเป็นนักปฏิบัติมีสติสตังกำจัดกิเลสที่แสดงฤทธิ์เดชแห่งความเลวทรามขึ้นมาในใจขนาดไหน จับปุ๊บ ๆ นั่นจึงเรียกว่าผู้มาแก้ตัวเองซิ
.
อย่าไปถือภายนอกนะ ให้ดูตัวนี้ตัวมันกระเพื่อมนี่ นี่ละการปฏิบัติธรรมต้องเป็นอย่างนั้นนะ ต้องดูจุดต้นเหตุมหาเหตุ มหาเหตุอยู่นี่ อย่างพระอัสสชิเทศน์ให้พระสารีบุตรนั่นละ ธรรมทั้งหลายเกิดแต่เหตุ คือใจ มันจะดับ-ดับที่ตรงนี้ก่อน พระสารีบุตรบรรลุธรรมพระโสดาขึ้นทันทีเลยเห็นไหมล่ะ ท่านจ้อเอาตรงนั้นเลยไม่เอาที่อื่น เย ธมฺมา เหตุปฺปภวา เตสํ เหต ตถาคโต เตสญฺจ นิโรโธ จ เอวํ วาที มหาสมโณ เป็นบาลีว่าอย่างนั้น... -
“เน้นที่ปฏิบัติ ไม่อธิบายธรรมมาก เพราะจะกลายเป็นสัญญา”
เรื่อง “เน้นที่ปฏิบัติ ไม่อธิบายธรรมมาก เพราะจะกลายเป็นสัญญา”
(หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต สอนกรรมฐาน หลวงปู่แหวน สุจิณโณ)
หลวงปู่มั่นนั้น เวลาแนะนำสั่งสอนศิษย์ ท่านไม่ค่อยอธิบายธรรมะให้พิสดารมากนัก โดยท่านให้เหตุผลว่า ถ้าอธิบายไปมากผู้ปฏิบัติมักไปติดคำพูดกลายเป็นสัญญา ต้องปฏิบัติให้รู้ให้เกิดแก่จิตแก่ใจของตนเอง จึงจะรู้ได้ว่า คำว่าทุกข์นั้นเป็นอย่างไร คำว่าสุขนั้นเป็นอย่างไร คำว่าพุทธะ ธรรมะ สังฆะนั้นมีความหมายเป็นอย่างไร สมาธิอย่างหยาบเป็นอย่างไร สมาธิอย่างละเอียดเป็นอย่างไร ?
ปัญญาที่เกิดจากปัญญาเป็นอย่างไร ปัญญาเกิดจากภาวนาเป็นอย่างไร เหล่านี้ผู้ปฏิบัติต้องทำให้เกิดให้มีขึ้น ในตนของตนจึงจะรู้ ถ้ามัวถือเอาแต่คำอธิบาย ของครูอาจารย์แล้วจิตก็จะติดอยู่ในสัญญา ไม่ก้าวหน้าในการภาวนา เพราะเหตุนั้น จึงไม่อธิบายให้พิศดารมากมาย แนะนำให้รู้ทางแล้วต้องทำเอง เมื่อเกิดความขัดข้องจึงมารับคำแนะนำอีกครั้งหนึ่ง การปฏิบัติเช่นนี้เป็นผลดีแก่ศิษย์ผู้มุ่งปฏิวัติ เพื่ออรรถ เพื่อธรรมอย่างแท้จริง
ดังนั้นการบำเพ็ญสมาธิภาวนาในพรรษานั้นจึงได้เร่งความเพียรอย่างสม่ำเสมอ ทำให้ได้รับความเยือกเย็น... -
การพิจารณาโทษของพระยายม
หลวงพ่อเล่าเรื่อง…การพิจารณาโทษของพระยายม
“……..ท่านสาธุชนพุทธบริษัททั้งหลาย และพระคุณเจ้าที่เคารพ เมื่อวันพุธก่อน กระผมได้นำท่านพุทธศาสนิกชนและบรรดาพระคุณเจ้าที่เคารพ ไปนั่งพักอยู่ที่ สำนักของพระยายม แล้วก็กำลังนั่งที่เก้าอี้แก้วมณี
อันนี้บรรดาญาติโยมพุทธบริษัทและพระคุณเจ้าอาจจะสงสัยว่า “สำนักของพระยายม” สำนักนี้ ถ้าเราอ่านตามหนังสือไตรภูมิจะรู้สึกว่า เป็นสำนักที่เต็มไปด้วยความโหดร้ายทารุณ มีแต่บุคคลที่น่ากลัว หน้าตาถมึงทึงด้วยประการทั้งปวง แม้แต่พระยายมเองก็เหมือนกัน นักแสดงโทรทัศน์ทำเขาให้พระยายมเสียสองเขา แสดงว่าพระยายมมีเขาและมีสภาพดุร้าย สำหรับคนของพระยายมก็เหมือนกัน ที่เรียกกันว่า ยมทูต อันนี้ เขามีสัญญลักษณ์ มีหัวกะโหลกไขว้ และมีหัวกะโหลกเป็นสัญญลักษณ์ อันไม่จริง ความจริงคนที่เขียนอย่างนั้น เป็นการวาดภาพเอาเอง คล้าย ๆ กับว่าการเขียนรูปของโจร โจรผู้ร้ายเขามักจะเขียนหน้าตาถมึงทึงน่ากลัว มีหนวดเครารุงรัง แต่โดยที่แท้แล้ว โจรจริง ๆ มีรูปร่างหน้าตาสะสวยยิ่งกว่าเราเสียอีก นี่แหละบรรดาท่านสาธุชนพุทธบริษัททั้งหลาย และบรรดาพระคุณเจ้าที่เคารพที่รักฟัง ความจริงไม่ตรงกัน คือ... -
7 วิธีการนอนแบบพระอรหันต์
พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้เกี่ยวกับ การนอนว่า พระอรหันต์นอนเพียงวันละ 4 ชั่วโมงเท่านั้น เหตุที่พระอรหันต์นอนน้อยกว่าคนทั่วไป ก็เพราะท่านเป็นผู้ที่ละแล้วซึ่งกิเลส และมีสติอยู่เสมอทุกขณะตื่น จึงสามารถรับรู้สิ่งต่าง ๆ ได้ตามความเป็นจริง โดยไม่เผลอนำสิ่งกระทบต่าง ๆ มาปรุงแต่งให้เกิดเป็นอารมณ์ จึงไม่ต้องการเวลานอนมากนัก
ผลวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ยังรับรองด้วยว่า การทำจิตให้สงบเป็นสมาธิ นับเป็นการจัดระเบียบคลื่นสมองที่มีประสิทธิภาพที่สุด และถือเป็นการผ่อนคลายเชิงลึก ที่สามารถชดเชยการหลับลึกได้ถึง 4 ชั่วโมง ด้วยเหตุนี้ สมองอันปราศจากข้อมูลขยะของพระอรหันต์ จึงไม่ต้องการช่วงเวลาหลับลึก เพื่อฟื้นฟูสภาพสมอง และจัดระเบียบเซลล์ประสาทมากเท่าคนทั่วไป ความพิเศษของการนอนอย่างพระอรหันต์ไม่ได้จบอยู่เพียงแค่เรื่องของเวลาเพียงเท่านั้น เพราะวิธีการนอนของท่านก็เป็นอีกเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อย
พระพุทธเจ้าเคยตรัสถึงการบรรทมของพระองค์ไว้ว่า พระองค์บรรทมด้วยการสำเร็จ สีหไสยา ซึ่งแปลว่า การนอนอย่างราชสีห์ คือ การนอนตะแคงขวาอย่างมีสติสัมปชัญญะ ประกอบด้วยจิตอันบริสุทธิ์ สงัดแล้วจากกาม และอกุศลธรรมทั้งหลายเป็นอุเบกขา... -
จาคานุสสติกรรมฐาน ไม่ต้องให้ทานเสมอไป
โอวาท : หลวงพ่อพระราชพรหมยานฯ วัดท่าซุง
เรื่อง..* จาคานุสสติกรรมฐาน ไม่ต้องให้ทานเสมอไป *
..." คำว่า "จาคานุสสติ" ก็ไม่ได้หมายความว่า จะต้องให้ทานเสมอไป.. "จาคา" หรือ "จาคะ" แปลว่า "เสียสละ" .. "อนุสสติ" แปลว่า "ตามนึกถึง"..
.. นึกว่า : อยากจะให้ ไม่อยาก ลัก ไม่อยาก ขโมย ไม่อยากโกงของใคร จิตคิดอย่างเดียวว่า ถ้าไม่เกินความสามารถของเรา เราจะให้.. อย่างเขาขาดข้าว เราจะให้ข้าว เขาขาดเงิน เราจะให้เงิน เขาขาดเสื้อผ้า เราจะให้เสื้อผ้า..
* ความต้องการของบุคคลที่มีทุกข์ มีอะไรบ้างที่เขาต้องการ ถ้าไม่เกินวิสัยของเรา เราจะให้ .. แต่ถ้าบังเอิญไม่มี ถ้าเราไม่มี เราก็ยังไม่ให้ แต่ใจยังนึกจะให้อยู่ อย่างนี้เรียกว่า "จาคานุสสติกรรมฐาน"..
* ไม่ใช่ว่า "จาคานุสสติกรรมฐาน" ต้องเป็นคนรวย จึงต้องให้ทุกอย่าง.. คำว่า "ให้" มันเป็น "ทาน" ไม่ใช่ "จาคานุสสติ".. จัดว่าเป็น "ทานบารมี" แต่ทีนี้ "ทานบารมี" จะเกิดขึ้นมาได้ ก็ต้องอาศัย "จาคานุสสติกรรมฐาน" เป็นพื้นฐานก่อน..
.. ถ้าจิตคิดจะให้ มีอยู่ หรือ จิตคิดจะให้อาศัยอะไรให้เกิดขึ้น คนที่จะให้กันได้ ต้องมีเหตุ ๒ อย่าง ก็คือ..
๑. ความรัก ~ คนที่เรารัก... -
ทำไมความเชื่อชาวอินเดียให้นอนหันศีรษะไปทางทิศใต้ซึ่งถือเป็นทิศแห่งความตาย
ประเพเณีอินเดียเชื่อว่าขณะนอนหลับ ควรหันศีรษะไปทาง "ทิศใต้" เพราะเมื่อตื่นขึ้นจะได้หันหน้าเข้าหาเขาพระสุเมรุ ส่วนทิศตรงข้ามคือ "ทิศเหนือ" ถือว่าเป็นทิศที่เป็นอัปมงคลสำหรับการนอน
“หันทะทานิ ภิกขะเว อามันตะยามิ โว วะยะธัมมา สังขารา อัปปมาเทนะ สัมปาเทถะ”
“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อันว่าสังขารทั้งหลาย ย่อมมีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงยังกิจทั้งปวงอันเป็นประโยชน์ของตน และประโยชน์ของผู้อื่นให้บริบูรณ์ด้วยความไม่ประมาทเถิด”
ภายในมหาวิหารสถูปปรินิพพาน สาลวโนทยาน สถานที่ปริพพานของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ประดิษฐานพระพุทธรูปปางอนุฏฐิตไสยาสน์ หรือปางเสด็จดับขันธปรินิพพาน (คือพระพุทธรูปนอนบรรทมตะแคงเบื้องขวา) ศิลปะมถุรา มีอายุกว่า ๑,๕๐๐ ปี สลักจากหินทรายแดง มีความยาว ๖ เมตร ๑๐ เซนติเมตร เพื่อระลึกถึงการเสด็จปรินิพพาน ในจารึกระบุผู้สร้างคือ หริพละสวามี โดยนายช่างชื่อ ทินะ ชาวเมืองมถุรา ในปัจจุบันพระพุทธรูปองค์นี้ถือได้ว่าเป็นจุดหมายสำคัญที่ชาวพุทธจะมาสักการะ เพราะเป็นพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะอันพิเศษคือเหมือนคนนอนหลับธรรมดา... -
แลนด์มาร์กแห่งใหม่ของอยุธยาวัดพระงาม “ประตูแห่งกาลเวลา”
ใครว่าเที่ยววัดที่อยุธยาจะมีแต่ที่เดิม ๆ ไม่มีอะไรใหม่ วันนี้แอดมินได้ไปเสาะหาแลนด์มาร์กแห่งใหม่ ที่อยุธยาให้ทุกคนได้ตามรอยไปเที่ยวกัน
วัดพระงามเป็นวัดเก่าแก่สมัยอยุธยาที่ยังคงเหลือเศษซากอารยธรรมอันงดงามไว้มากมาย วัดพระงามตั้งอยู่นอกเกาะเมืองอยุธยาทางด้านทิศเหนือ
มีเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยมเป็นประธานของวัด สิ่งก่อนสร้างต่าง ๆ ภายในวัดมีร่องรอยการปฏิสังขรณ์มาแล้วหลายครั้ง
และไฮไลท์ของวัดนี้ที่แอดมินภูมิใจนำเสนออย่างยิ่งขอตั้งชื่อที่นี่ว่า “ประตูแห่งกาลเวลา” ที่ตั้งอยู่ภายในบริเวณวัด
เป็นซุ้มประตูที่ก่อด้วยก้อนอิฐมอญนับร้อยนำมาเรียงกัน และที่น่ามหัศจรรย์ยิ่งกว่าคือมีต้นโพธิ์ใหญ่โอบล้อมอยู่ทั่วทั้งซุ้มประตู
เป็นอันซีนแห่งใหม่ของจังหวัดอยุธยา และเป็นมุมถ่ายภาพที่กำลังได้รับความนิยมอย่างยิ่ง ใครมีโอกาสได้มาเที่ยวอยุธยาลองวางแผนเที่ยวสถานที่ใหม่ ๆ ดู
แล้วคุณจะรู้ว่าเมืองกรุงเก่านี้ยังมีมนต์เสน่ห์และความน่าค้นหาที่ซุกซ่อนอยู่อีกมากมายที่หลายคนยังไม่เคยสัมผัส
ขอขอบคุณที่มา
http://travel.sanook.com/1405577/ -
พระสังฆราชรับถวายเงินช่วยเหลือภัยน้ำท่วม
.
พระสังฆราชรับถวายเงินช่วยเหลือภัยน้ำท่วม
วันจันทร์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2560, 16.40 น
สมเด็จพระสังฆราชรับถวายเงิน มอบพระพรหมวชิรญาณ ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วม มส.รับทราบรายงานวัดไทยที่ประเทศสหรัฐอเมริการซึ่งประสบภัยพายุเฮอร์ริเคนฮาร์วีย์
วันที่ 11 กันยายน 2560 ณ อาคารสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก(อมฺพรมหาเถร) เสด็จทรงเป็นประธานการประชุมมหาเถรสมาคม(มส.) ครั้งที่ 22/2560 โดยมีนายกนก แสนประเสริฐ รองผู้อำนวยการ ปฏิบัติราชการแทนผู้อำนวยสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
ก่อนการประชุมมหาเถรสมาคม สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก(อมฺพรมหาเถร) ประทานวโรกาสให้คุณหญิงจำนงศรี หาญเจนลักษณ์ ประธานกรรมการโรงพยาบาลจักษุรัตนิน พร้อมครอบครัว และคณะหลวงปู่แบน ธนากโร วัดดอยธรรมเจดีย์ เข้าเฝ้าถวายสักการะและถวายเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยอุทกภัยน้ำท่วม
จากนั้น สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก(อมฺพรมหาเถร) มอบหมายให้พระพรหมวชิรญาณ กรรมการมหาเถรสมาคม... -
สมเด็จช่วงส่งสาส์นถึงพระธรรมทูตไทยทวีปยุโรป
วันจันทร์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2560, 14.59 น.
สมเด็จช่วงส่งสาส์นถึงพระธรรมทูตไทยทวีปยุโรป
สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง ชวนปญฺโญ) ส่งสาส์นในการประชุมสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป มีพระมหาเถรานุเถระ หัวหน้าพระธรรมทูตไทยสายต่างประเทศทั่วโลกร่วมงาน มส.แนะเป็นแรงหนุนคณะสงฆ์ไทยที่กำลังประสบปัญหาหลายด้าน
ระหว่างวันที่ 9 – 10 กันยายน 2560 ที่วัดพุทธวิหาร อัมสเตอร์ดัม ประเทศเนอร์เธอร์แลนด์ พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ) กรรมการมหาเถรสมาคม ประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ เจ้าอาวาสวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร เป็นประธานการประชุมสมัยสามัญประจำปี ครั้งที่ 11/2560 สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป (ส.ธ.ย.) โดยมีพระมหาเถรานุเถระ หัวหน้าพระธรรมทูตไทยสายต่างประเทศทั่วโลก อาทิ สหภาพพระธรรมทูตยุโรป สหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์ โอเชียเนีย อินเดีย-เนปาล สมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา ร่วมงาน
ในการนี้สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง ชวนปญฺโญ) กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ส่งสาส์นให้กำลังใจ
มีการบรรยายพิเศษเรื่อง “นโยบายของการเผยแผ่พระพุทธศาสนา โดยสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ... -
ปฐมวาระ!พระสังฆราชทรงสักการะพระบรมธาตุ
ปฐมวาระ!พระสังฆราชทรงสักการะพระบรมธาตุ
วันจันทร์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2560, 13.35 น.
สมเด็จพระสังฆราชเสด็จวัดพระมหาธาตุ นครศรีธรรมราช ปฐมวาระสักการะพระบรมธาตุ ทรงเททองหล่อพระพุทธสิหิงค์ และพระกริ่งพุทธสิหิงค์
วันอาทิตย์ ที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๖๐ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จโดยเครื่องบินพระประเทียบที่กองทัพอากาศจัดถวายไปทรงปฏิบัติพระศาสนกิจ ณ จังหวัดนครศรีธรรมราช
เวลา ๑๕.๓๐ น. เสด็จไปยังวัดพระมหาธาตุ อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช เสด็จเข้าภายในพระวิหารพระทรงม้า ถวายเครื่องสักการบูชาพระบรมธาตุเจดีย์ พระสังฆาธิการเฝ้าถวายสักการะ ทอดพระเนตรภายในพระวิหารแล้ว เสด็จไปยังพระวิหารหลวง ทรงสักการะพระศากยมุนีศรีธรรมราช ประธานพระวิหารหลวง
จากนั้น เสด็จออก ณ มณฑลพิธีหน้าพระวิหารหลวง ทรงรับเครื่องสักการะของเจ้าคณะใหญ่หนใต้, เจ้าคณะภาค ๑๖-๑๗-๑๘, เจ้าอาวาสวัดพระมหาธาตุ, เจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช, เจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช (ธรรมยุต), ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช และผู้อำนวยการโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย ตามลำดับ... -
สานต่อพระปณิธาน ฟ้าหญิงจุฬาภรณ์ ช่วยคนไทยพ้นภัยมะเร็ง
ระดมทีม “นักสู้มะเร็ง” ทั้งหมอและผู้ป่วยเปิดใจถึงภัยร้าย
สานต่อพระปณิธานของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ในการช่วยคนไทยให้พ้นภัยจากโรคมะเร็ง โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ จึงจัดโครงการ “สานต่อที่พ่อให้ทำ ช่วยคนไทยพ้นภัยมะเร็ง” ถวายเป็นพระกุศล เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุครบ 5 รอบ 4 กรกฎาคม 2560 และน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณ ที่ทรงบำเพ็ญพระกรณียกิจด้านการแพทย์และสาธารณสุข ตามแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว เมื่อเร็วๆนี้
ศ.นพ.นิธิ มหานนท์ ผอ.รพ.จุฬาภรณ์ กล่าวถึงโรคมะเร็ง ถือเป็นโรคร้ายที่คร่าชีวิตคนไทยเป็นอันดับ 1 การจัดทำโครงการนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์ให้สังคมไทยได้ตระหนักถึงภัยของโรคมะเร็ง พร้อมๆกับการให้บริการส่งเสริมสุขภาพ ประเมินความเสี่ยงและป้องกันโรคมะเร็งให้กับประชาชน นอกจากนี้ในโครงการยังจัดทำกิจกรรมระดมทุน เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งที่ด้อยโอกาส โดยจัดทำตราไปรษณียากรที่ระลึก 100 ดวงใจสานต่อที่พ่อให้ทำ ชุด “โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ สืบสานพระปณิธานสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์... -
ปาน และ กิ๊ก มยุริญ นำทีมจิตอาสาสร้างสื่อธรรมทานมิวสิก “พระปฏาจาราเถรี เรามีความพลัดพรากเป็นธรรมดา”
กรุงเทพฯ–11 ก.ย.–
ศิลปินและจิตอาสากลุ่มบัวลอย เปิดตัวมิวสิกซีรีส์ “พระปฏาจาราเถรี เรามีความพลัดพรากเป็นธรรมดา” คีตธรรมบทที่สองในโครงการ The Enlightened Ladies หนึ่งธรรมะแห่งพระพุทธองค์ สู่การตื่นรู้ของเหล่าอิสตรี” บอกเล่าเรื่องราวในอนุพุทธประวัติของสตรีในสมัยพุทธกาล ที่ต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักทั้งหมดในคืนเดียว ทำให้เสียสติ จนเมื่อได้ฟังธรรมะจากองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทำให้เกิดการตื่นรู้จากการยึดติดสู่การปล่อยวาง ทั้งการตั้งตนอยู่ในความไม่ประมาท ขับร้องโดย ปาน ธนพร แวกประยูร ร่วมด้วย กิ๊ก มยุริญ ผ่องผุดพันธ์ ในบทนาง ปฏาจาราและพระปฏาจาราเถรี , ตั๊ก นภัสสกร มิตรธีรโรจน์ ในบท สามีที่ตายแล้วของนางปฏาจารา พร้อมผลิตสื่อการเรียนการสอนมอบให้กับโรงเรียนต่างๆ
หลังจากที่ศิลปินและจิตอาสากลุ่มบัวลอยในโครงการปทุมมามหาสิกขาลัย วัดปทุมวนาราม ราชวรวิหาร ได้นำเสนอคีตธรรม ตราบลมหายใจสุดท้าย เมื่อปี ๒๕๕๙ ให้คนได้รู้ถึงความไม่เที่ยงในสังขาร สำหรับปี ๒๕๖๐ ศิลปินและจิตอาสากลุ่มบัวลอย ฯ จะได้นำเสนคีตธรรมบทใหม่ ในรูปแบบมิวสิกซีรีส์ประกอบคีตธรรม “พระปฏาจาราเถรี เรามีความพลัดพรากเป็นธรรมดา”... -
"ขอให้มีสติเป็นพื้นฐาน" (หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน)
"ขอให้มีสติเป็นพื้นฐาน"
" .. อยู่ที่ไหนขอให้มีความเพียร "คือสติติดแนบ ๆ จากนั้นก็เข้าองค์ภาวนา" ใครภาวนาจุดใด เริ่มต้นคำบริกรรมใดติดแนบ ๆ ให้สติติดกับนั้น "จิตเราจะตั้งรากฐานได้ไม่สงสัย"
ธรรมพระพุทธเจ้า "สอนลงเรื่องสติ" เช่นอย่างคำบริกรรม "ก็ให้สติติดกับคำบริกรรม" ติดแนบดีเท่าไร ๆ ยิ่งเสริมฐานของจิตเราขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าสติขาดไม่เป็นท่านะ
"ใครอย่าเอาอะไรมาอวด ถ้าไม่มีสติแล้วไม่เป็นท่าทั้งนั้น" ขอให้ประกอบความพากเพียรด้วยความมีสติ "ความสำรวมระวังก็ไปจากสติทั้งนั้น" ไม่ได้ไปจากที่ไหน "ขอให้มีสติเป็นพื้นฐาน" .. "
หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน -
กฐินเป็นสังฆทานจำกัดเขตจึงมีอานิสงส์พิเศษ
กฐินเป็นสังฆทานจำกัดเขตจึงมีอานิสงส์พิเศษ
เหตุที่กฐินเป็นสังฆทานจำกัดเขตนี่เอง กฐินจึงมีอานิสงส์เป็นพิเศษ สมัยพระเดชพระคุณหลวงพ่อยังมีชีวิตอยู่ ท่านได้กล่าวไว้ว่า แม้กระทั่งสายพระเนตรแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ยังมองไม่เห็นที่สิ้นสุดแห่งอานิสงส์กฐินนั้น ผู้ที่ตั้งใจเป็นเจ้าภาพกฐินจะปรารถนาในพระโพธิญาณก็ได้ ก็แปลว่าแม้แต่สิ่งที่ยากที่สุดก็ยังสำเร็จ เรื่องอื่นที่จะไม่สำเร็จนั้นไม่มี
ท่านบอกว่า ผู้ที่ตั้งใจถวายกองกฐินนั้นจะเกิดเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ จะเกิดเป็นพระมหากษัตริย์ จะเกิดเป็นเศรษฐีอย่างไม่มี ๆ ก็อย่างละ ๕๐๐ ชาติ และยังไม่ทันสิ้นสุดอานิสงส์กฐิน ส่วนใหญ่ก็จะเข้าสู่พระนิพพานเสียก่อน
ตัวอย่างก็องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรา ในสมัยที่เป็นมหาทุคตะ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นทาสในบ้านของเศรษฐีเขา เจ้านายตั้งใจทำบุญกฐินก็ใช้ให้ท่านจัดกองกฐินขึ้นมา มหาทุคตะก็กล่าวว่า “สามิ ข้าแต่นาย ข้าพเจ้าจะขอมีส่วนร่วมในกองกฐินนี้ได้บ้างหรือไม่?” เศรษฐีท่านก็บอกว่า “ได้ แล้วเจ้ามีอะไรที่จะมาเข้าร่วมในกองกฐินเล่า ?” มหาทุคตะในชาตินั้นจนมาก มีผ้านุ่งเก่า ๆ เพียงผืนเดียว... -
มหาพายุสำแดงเดชในฟลอริดา พริบตาเดียวเมืองจมบาดาล ไฟดับนับล้านหลัง
มหาพายุสำแดงเดชในฟลอริดา พริบตาเดียวเมืองจมบาดาล ไฟดับนับล้านหลัง
/South Florida Sun-Sentinel via AP) .
เอพีและบีบีซีรายงานบรรยากาศมหาพายุเฮอริเคนเออร์มาขึ้นฝั่งที่รัฐฟลอริดา ด้วยความเร็วลมระดับสี่ 207 ก.ม.ต่อช.ม. ก่อให้เกิดฝนกระหน่ำและทพื้นที่ส่วนหนึ่งของเมืองไมอามีจมบาดาลในทันที ส่วนไฟฟ้าดับมืดสนิทไปทั้งเมืองกินพื้นที่บ้านเรือน 1.8 ล้านหลังคาเรือน
ก่อนหน้านี้ ทางการสั่งอพยพผู้คนทั่วรัฐฟลอริดา 6.3 ล้านคนออกจากพื้นที่อย่างเร่งด่วนและจริงจัง เนื่องจากเป็นมหาพายุที่อันตรายถึงชีวิต ที่ผู้ว่าการริก สก็อตต์ กล่าวว่า “ขอให้ร่วมสวดมนต์เพื่อทุกคนในฟลอริดา” หลังจากพายุซัดกระหน่ำชาติในหมู่เกาะแคริบเบียนพังยับเยิน มีผู้เสียชีวิตแล้ว 27 ราย
Heavy rains flood the streets in the Coconut Grove area in Miami on Sunday, Sept. 10, 2017, during Hurricane Irma. (AP Photo/Alan Diaz)
เจ้าหน้าที่อุตุนิยมวิทยาสหรัฐแจ้งว่า พายุจะเคลื่อนออกจากพื้นที่ฟลอริดาคีย์ อย่างช้าๆ ก่อนเข้าชุมชนที่มีบ้านเรือนหนาแน่นแถบแทมปา-เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ในช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 11 ก.ย.
---------
ขอบคุณที่มา... -
เรื่องเล่าในพระธรรมบท ตอน พระกุณฑลเกสีเถรีผู้ผลักสามีลงเหว
เรื่องเล่าในพระธรรมบท ตอน พระกุณฑลเกสีเถรีผู้ผลักสามีลงเหว
พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ในพระเชตวัน ทรงปรารภนางกุณฑลเกสี ตรัสพระธรรมบท พระคาถาที่ 102 และพระคาถา 103 นี้
นางกุณฑลเกสี เป็นธิดาของเศรษฐีคนหนึ่งในกรุงราชคฤห์ นางมีนิสัยเจ้าชู้ร่านผู้ชายมาก มารดาบิดาจึงนำตัวไปกักไว้บนชั้นบนสุดของปราสาท 7 ชั้น อยู่มาวันหนึ่งนางมองลงมาจากปราสาทเห็นโจรผู้หนึ่งถูกนำตัวไปสู่ที่ประหาร นางเกิดความรักในโจรนั้นขึ้นมาในทันที และได้ใช้วิธียื่นคำขาดกับพ่อแม่ว่า หากนางไม่ได้โจรนั้นมาเป็นสามีนางก็จะฆ่าตัวตาย ข้างมารดาบิดาพยายามพูดจาหว่านล้อมต่างๆแต่ก็ไม่สำเร็จ จึงต้องจำใจใช้เงินไปไถ่ชีวิตโจรนั้นให้พ้นจากอาญาแผ่นดินมาแต่งงานกับบุตรสาวของตน แม้ว่านางกุณฑลเกสีจะรักสามีโจรมาก แต่สามีโจรไม่ได้รักนางแต่อย่างใด สามีโจรมีความประสงค์อยากจะได้ทรัพย์สมบัติและเครื่องทองรูปพรรณของนางเพื่อนำไปขายซื้อสุราดื่ม วันหนึ่งเขาจึงออกอุบายให้นางสวมเครื่องทองรูปพรรณและเพชรนิลจินดาทุกชนิดแล้วพากันขึ้นไปบนภูเขา โดยอ้างว่าจะไปกระทำพิธีแก้บนเทวดาที่ตนเคยบนไว้ให้ช่วยรอดพ้นจากการถูกประหาร... -
หลวงปู่ตื้อ พบชีปะขาวในลาว
หลวงปู่ตื้อ พบชีปะขาวในลาว ไขข้อข้องใจให้ฟังว่าเหตุใด พวกเทวดา และวิญญาณถึงชอบมาแสดงตนกับพระทรงศีลมากกว่าคนทั่วไป
ครั้งหนึ่งเมื่อหลวงปู่ตื้อ อจลธมฺโม ออกเดินธุดงค์ไปเมืองหลวงพระบาง ซึ่งต้องผ่านเมืองกาสี แขวงเวียงจันทร์ พอไปใกล้จะถึง เมืองกาสี (เมืองแมด) เมื่อเดินมาถึงออกจากเขาลูกหนึ่งได้เห็นชีปะขาวนั่งสมาธิอยู่บนก้อนหินใหญ่ก้อนหนึ่ง ท่านจึงเดินเข้าไปหา พอหลวงปู่เดินเข้าไปใกล้จะถึง ก็มองเห็นชีปะขาวนั่งสมาธิอยู่ไกลออกไปเช่นเดิม นึกแปลกใจว่าทำไมหินก้อนนั้นจึงเคลื่อนที่ออกไปได้ พอมองไปอีกที ใกล้ก้อนหิน พบแต่ก้อนหินคลายคนนั่งสมาธิ ในบริเวณใกล้กันนั้นมีแอ่งน้ำธรรมชาติ อีกทั้งเวลานั้นก็เย็นมากใกล้ค่ำแล้ว หลวงปู่จึงตัดสินใจกางกลดเพื่อพักบำเพ็ญเพียร ณ ที่นั้น เพราะท่านรู้สึกเหนื่อยอ่อนมาหลายวัน
ตกกลางคืน ขณะที่ท่านทำสมาธิกำหนดจิตอยู่ ได้เกิดนิมิตเห็นชีปะขาวเหมือนที่พบเมื่อตอนกลางวันเข้ามาหา แล้วบอกหลวงปู่ว่า “ขอนิมนต์ให้อยู่ที่นี่นานๆ ข้าน้อย(กระผม) จะสอนวิชาเดินป่าที่ไม่รู้จักอดอยากให้ และจะพาไปดูสมบัติต่างๆ ภายในถ้ำ ท่านอยากได้อะไรก็จะมอบให้หมด”
หลวงปู่ถามชีปะขาวว่า “เมื่อกลางวัน... -
ย้อนคำทำนาย’หมอดูอีที’ ทายดวงเมืองแม่นราวตาเห็น
จากกรณีสังคมออนไลน์และสื่อประเทศเมียนมา ได้ออกมาเผยแพร่ข่าวการเสียชีวิตของ “นางส่วย ส่วย วิน หรือหมอดูอีที” หมอดูดวงชะตาชื่อดังชาวพม่า ได้เสียชีวิตแล้วด้วยวัย 58 ปี จนกลายเป็นกระแสการแชร์อาลัยไปทั่วสังคมออนไลน์อย่างรวดเร็วนั้น
โดยชื่อเสียงของ “หมอดูอีที” นั้นเป็นที่รู้จักการการทำนายทายทักที่แม่นยำ และหยั่งรู้อนาคตราวตาเห็น จนกลายเป็นที่รู้จักไปทั้งประเทศ ไม่เว้นแม้แต่ชาวไทย หรือแม้แต่บรรดานักการเมืองชื่อดัง และบุคคลระดับวีไอพีต่างเดินทางไปยังประเทศเมียนมาเพื่อให้หมอดูอีทีทำนายเช่นกัน โดย 3 คำนายที่มีการพูดถึงในประเทศไทยเป็นอย่างมากนั้น เริ่มจากเหตุกาณ์เมื่อปี 55 “หมอดูอีที” เคยทำนายดวงเมืองประเทศไทยเกี่ยวกับภัยพิบัติ ระบุว่า ประเทศไทยจะเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ช่วงราวๆ ปี 56 แต่ไม่สามารถระบุเจาะจงได้ว่าเกิดขึ้นที่ไหนหรือเวลาใด แต่ประเทศไทยจะเผชิญกับภัยพิบัตินี้อย่างแน่นอน ซึ่งในช่วงเย็นวันที่ 5 พ.ค. 57 ประเทศไทยก็เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว ขนาด 6.3 แมกนิจูด ในพื้นที่ อ.พาน จ.เชียงราย ที่สร้างความเสียหายเป็นวงกว้างในหลายพื้นที่ภาคเหนือ... -
“วิถีนักเรียนสามเณร” ศึกษาวิชาโลก..เสริมวิชาพุทธ
การ “ติดอาวุธทางปัญญา” ด้วย “การศึกษา” เป็นเรื่องสำคัญ ไม่เฉพาะกับเด็กและเยาวชนทั่วไป กับ “สามเณร” ก็เช่นกัน ซึ่งสามเณรก็ถือเป็นฟันเฟืองสำคัญของพระพุทธศาสนาในฐานะ “ศาสนทายาท” ที่ก็ควรต้องได้รับการส่งเสริมเรื่องการศึกษา โดยนอกจากวิชาทางธรรม ยังควรได้รับการศึกษาเกี่ยวกับวิชาทางโลก เหมือนเด็กและเยาวชนทั่วไป เพื่อให้มีความรู้ที่หลากหลาย ซึ่งก็เป็นเรื่องดีที่ในสังคมไทยยังมีผู้ใจบุญอยู่มากและก็มีการช่วยสนับสนุนด้านนี้ด้วย และวันนี้ “ทีมวิถีชีวิต” มีเรื่องราวมาเล่าสู่…
ปลายเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ทาง “ทีมวิถีชีวิต” มีโอกาสได้ร่วมกิจกรรมของบริษัท รักษาความปลอดภัย กรุงไทยธุรกิจบริการ จำกัด (KTBGS) ในเครือธนาคารกรุงไทย (KTB) ที่จัดงานครบรอบ 20 ปี โดยมีกิจกรรมในชื่อ โครงการ KTBGS Empower Social Sustainability ภายใต้นโยบายคุณธรรมนำความยั่งยืน โดยกิจกรรมส่วนหนึ่งคือการสนับสนุนการก่อสร้างอาคารเรียนสามเณร โรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา ป่าแขมวิทยา จ.พะเยา เพื่อให้เป็นโรงเรียนศูนย์กลางสำหรับสามเณรเขตพื้นที่รอยต่อ จ.พะเยา และ จ.น่าน โดยได้สนับสนุนมาตั้งแต่ปี 2558 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งปี 2560... -
ด่วน !! หมอดู อีที เสียชีวิตแล้ว เผยคำพูดสุดท้ายก่อนสิ้นใจ ระวังตัวกันให้ดีๆ
ด่วน !! หมอดู อีที เสียชีวิตแล้ว เผยคำพูดสุดท้ายก่อนสิ้นใจ ระวังตัวกันให้ดีๆ (รายละเอียด)
ก่อนอื่นเลยต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวด้วยครับท่านช่วยเหลือคนมามากจริงๆสำหรับ หมอดูอีที เป็นหมอดูชื่อดังที่บรรดาเหล่าคนดังจากทั่วทุกมุมโลกต่างเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมายังประเทศพม่า
เพื่อมาขอให้หมอดูอีทีทำนายดวงชะตาให้ไม่เว้นแม้แต่นักการเมืองไทย โดยหมอดูอีทีเป็นที่กล่าวขวัญถึงการทำนายที่แม่นยำและหยั่งรู้ถึงอนาคต จนคนที่เดินทางไปดูต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าแม่นราวกับตาเห็น ก่อนท่านเสียฝากบอกทุกคนว่าต้องอยู่ที่สูงๆไว้น้ำกำลังจะท่วมใหญ่ ใครไม่เชื่อตายอย่างเดียว จะมีสงครามโลกเก็บข้าวแห้งไว้เยอะๆ หลังจากนั้นท่านก็สิ้นใจ อย่างสงบ
R.I.P
cr: siamnews.com
------------------
ที่มา
http://siamheng.com/7183 -
ลำพูนแผ่นดินไหว 3.1 เสี่ยงกระทบพระธาตุหริภุญชัย
เมื่อเวลา 07.39 น. ของวันที่ 10 กันยายน แผ่นดินไหวที่ อ.เมือง จ.ลำพูน เกิดแรงสั่นสะเทือนขึ้นทำให้ประชาชนทั่วไปสามารถรับรู้ได้ โดยในช่วงเช้าที่ผ่านมา ซึ่งเบื้องต้นโบราณสถานสำคัญของ จ.ลำพูนหลายแห่งไม่ได้รับผลกระทบหรือเสียหายใดๆ แต่ประชาชนที่อยู่ในพื้นต่างก็กังวลใจถึงแรงสั่นสะเทือนหากเกิดขึ้นบ่อยครั้ง โดยเฉพาะที่วัดพระธาตุหริภุญชัย ต.ในเมือง อ.เมืองลำพูน ซึ่งมีพระบรมธาตุหริภุญชัย อายุกว่า 1,350 ปี ซึ่งปกติก็มีปลายยอดปลีที่เอียงเล็กน้อย จนชาวบ้านเกรงว่าหากเกิดไหวบ่อยครั้งจะได้รับผลกระทบ ซึ่งนอกจากนี้ยังมีวัดเก่าแก่ เช่น วัดจามเทวี วัดพระยืน มีเจดีย์ที่สร้างในสมัยพระนางจามเทวี ก็เกรงว่าจะได้รับผกระทบ
ด้านนางบุญทิน บุญสม อายุ 65 ปี แม่ค้าขายลอตเตอรี่ ในบริเวณวัดพระธาตุหริภุญชัย กล่าวว่า ในตอนเช้านี้ก็ได้รับรู้ถึงการสั่นสะเทือน ก็รู้สึกนึกว่าตัวเองมึนหัวแต่ไม่ใช่กลายเป็นแผ่นดินไหว แต่ก็ไม่มากนักไม่มีอะไรเสียหาย ซึ่งส่วนใหญ่ในเช้าวันนี้ก็มีคนพูดกันว่าแผ่นดินไหวแต่ไม่รุนแรงมาก แต่หากบ่อยครั้งก็กลัวอันตรายกับประชาชน และที่วัดพระธาตุนี้ก็กลัวกระทบกับโบราณสถานภายในวัด ทั้งพระธาตุหริภุญชัย... -
พระชำรุด... - พระอาจารย์เล็ก วัดท่าขนุน
ถาม : พระเครื่องแตก ขอถวายหลวงพ่อให้นำไปเป็นชนวนสร้างพระ ?
ตอบ : ไม่ควร...เอาบรรจุองค์ใหญ่ไว้บูชาต่อ ไม่อย่างนั้นจะมีโทษเท่ากับทำลายองค์พระ ของสายอื่นพระแตกอาจจะหมดสภาพ แต่ของสายวัดท่าซุงพระแตกอานุภาพจะเพิ่มขึ้น เนื่องจากว่าวัตถุมงคล ๑ ชิ้น เทวดาต้องรักษา ๑ องค์ ตามที่ได้ตกลงกันไว้ระหว่างท่านปู่พระอินทร์กับที่พระพุทธเจ้าเมตตาตรัสไว้ ฉะนั้น...อยู่ ๆ วัตถุมงคลกลายเป็น ๒ ชิ้นก็ต้องเพิ่มเทวดามารักษาอีก ๑ องค์
วัตถุมงคลสายวัดท่าซุงแตกหักนี่ได้เปรียบ...อย่าทิ้งนะ เพราะว่าขลังกว่าเดิม หาทางติดกาวกลับไปแล้วเอาไปใช้ต่อได้เลย จากเทวดาองค์หนึ่งก็กลายเป็น ๒ องค์ หรือถ้าหากใครมีความสามารถพิเศษ จะแตก ๗-๘ ชิ้นก็เอาเถอะ ก็ได้ไป ๗-๘ องค์..!
พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
เก็บตกจากบ้านเติมบุญ ต้นเดือนกรกฎาคม ๒๕๖๐
ภาพและที่มา : เว็บวัดท่าขนุน -
พระครูสิริศีลวัตร รองเจ้าคณะจังหวัด อำนาจเจริญ ผุดธรรมะสัญจร เทศนาถึงบ้าน
หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ — อาทิตย์ที่ 10 กันยายน 2560 00:00:24 น.
สนธยา ทิพย์อุตร
ช่วงนี้อยู่ในช่วงเข้าพรรษา พระภิกษุสงฆ์จะต้องอยู่จำวัดเป็นเวลา 3 เดือน เพราะในช่วงฤดูฝน พุทธศาสนิกชนทำนาปลูกข้าว เพื่อไม่ให้ไปย่ำพืชผลทางการเกษตรเสียหาย ยามนี้จึงพบเห็นพุทธศาสนิกชน ญาติโยมทั้งหลาย เดินทางไปทำบุญทำทาน ถวายภัตตาหารแด่พระภิกษุสามเณรจนแน่นวัด และฟังธรรมเทศนา เพื่อนำไปปฏิบัติในการดำรงชีวิตให้เกิดความสุขและเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว
วัดอำนาจ อ.ลืออำนาจ จ.อำนาจเจริญ หนึ่งในหลายวัดที่มีพุทธศาสนิกชน ญาติโยม เดินทางเข้าไปทำบุญสร้างกุศลจำนวนมาก โดยเฉพาะการเข้าไปกราบนมัสการพระเจ้าใหญ่ลือชัย พระพุทธรูปปางมารวิชัย ก่อด้วยอิฐถือปูน ลงรักปิดทอง ศิลปะล้านช้าง ประดิษฐานอยู่ภายในอุโบสถวัดอำนาจ อ.ลืออำนาจ เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่อายุ 700 ปี และเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองลืออำนาจ ที่สำคัญ ด้านขวาองค์พระ ประดิษฐานมณฑปบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ทุกวันจึงมีพุทธศาสนิกชนเดินทางไปกราบนมัสการขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัวอย่างต่อเนื่อง
สำหรับวัดอำนาจ อยู่ห่างจากตัวเมืองอำนาจเจริญ ประมาณ... -
เครือข่ายพระสงฆ์ลุ่มน้ำโขง เผยแพร่พุทธศาสนา
นานาชาติลุ่มน้ำโขง ไทย ลาว กัมพูชา เมียนมา เวียดนาม และ จีน เรื่องของพระพุทธศาสนาถือว่ามีความสำคัญต่อการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในช่วงปลายปี 2558 เป็นต้นมา เนื่องจากศาสนาถูกจัดอยู่ในเสาหลักเรื่องประชาคมทางสังคมและวัฒนธรรมอาเซียนด้วย เพราะประชากรส่วนใหญ่ในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำโขงนับถือศาสนาพุทธ อีกทั้งยังมีพรมแดนประเทศเชื่อมติดกันจึงมีวิถีชีวิตด้านภาษาคล้ายกัน สร้างความเข้มแข็งทางวัฒนธรรม เศรษฐกิจ และการเมือง
เมื่อวันที่ 9–10 ส.ค. 2560 นายพงษ์ศักดิ์ ปรีชาวิทย์ ผวจ.ขอนแก่น นายภิญโญ ประกอบผล รอง ผวจ.ขอนแก่น ได้มาเป็นประธานพิธีเปิดโครงการพัฒนาศักยภาพพระนักเผยแผ่เขตลุ่มแม่น้ำโขง (ไทย, ลาว, เมียนมา, กัมพูชา, เวียดนาม และ จีน) ครั้งที่ 5 ณ ศูนย์วิทยบริการสิรินธร มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตอีสาน ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น และ โรงแรมอวานี อ.เมือง จ.ขอนแก่น โดย พระครูสุธีจริยวัฒน์ ดร.รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตอีสาน ได้ดำเนินการซึ่งมีผู้เข้าร่วมโครงการคือพระนักเผยแผ่ประเทศไทย ลาว เมียนมา กัมพูชา เวียดนาม จีน จำนวน 40 รูป พระภิกษุสงฆ์ สามเณร... -
อัตตนา โจทยัตตานัง - คำสอนสมเด็จองค์ปฐม
พระธรรมคำสอน "สมเด็จองค์ปฐม"
อัตตนา โจทยัตตานัง การกล่าวโทษ
โจทย์จิตของตนเองเสมอ หรือการ
จับผิดอารมณ์จิตของตนเอง แล้วรีบ
แก้ไขจิตของตนเองอยู่เสมอ เป็นการ
ปฏิบัติที่ถูกและตรงทางที่สุด
ผู้ใดปฏิบัติตามแนวนี้เรียกว่า เป็นผู้
ไม่ประมาท เพราะมีพระกรรมฐาน
อยู่กับจิตตลอดเวลา คอยจับแต่เลว
จับแต่ความโง่ของจิต ให้ความโง่
มันไปให้หมด
************************************************ -
"ประหัตประหาร แย่งชิงกัน" (สมเด็จพระญาณสังวร)
"ประหัตประหาร แย่งชิงกัน"
" .."ผู้ประหัตประหารเขา แม้จะได้สิ่งที่มุ่งได้" แต่ผลที่แท้จริงอันจะเกิดจากกรรมคือ "การประหัตประหาร ที่ได้ประกอบกระทำลงไปนั้น จะเป็นทุกข์เป็นโทษแก่ผู้กระทำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้"
"กรรมนั้นให้ผลสัตย์ซื่อนัก เหมือนผลของยาพิษร้าย" กรรมนั้นเมื่อทำแล้ว ก็เหมือนดื่มยาพิษร้ายแรงเข้าไปแล้ว จักไม่เกิดผลแก่ชีวิตและร่ายกายไม่มี "ถ้าเป็นกรรมดี ก็จักให้ผลดี ถ้าเป็นกรรมชั่ว ก็จักให้ผลชั่ว"
เราเป็นพุทธศาสนิกชนนับถือพระพุทธศาสนา "พึงมีปัญญาเชื่อให้จริงจังให้ถูกต้องในเรื่องกรรม และการให้ผลของกรรม" จักเป็นสิริมงคลเป็นความสวัสดีแก่ตนเอง .. "
"แสงส่องใจ" ๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๘
สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ ๑๙ -
พระขนิษฐภคินีในพระบาทสมเด็จฯนโรดม สีหมุนี กษัตริย์กัมพูชา เสด็จมาถวายสักการะ สมเด็จพระสังฆราช
สายสัมพันธ์สองประเทศ..พระขนิษฐภคินี ใน พระบาทสมเด็จฯ นโรดม สีหมุนี กษัตริย์กัมพูชา เสด็จมาทรงเฝ้าถวายสักการะ สมเด็จพระสังฆราช
วันเสาร์ ที่ ๙ กันยายน ๒๕๖๐ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จลง ณ พระอุโบสถ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ทรงรับสมเด็จพระอนุช นโรดม อรุณรัศมี พระขนิษฐภคินีและอุดมที่ปรึกษาในพระบาทสมเด็จพระบรมนาถ นโรดม สีหมุนี แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ซึ่งเสด็จมาทรงเฝ้าถวายสักการะ ในโอกาสเสด็จเยือนราชอาณาจักรไทยเพื่อทรงร่วมพิธีสารทกัมพูชา ณ วัดสิรินธรเทพรัตนาราม จังหวัดนครปฐม ในวันอาทิตย์ ที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๖๐ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร
โอกาสนี้ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช ถวายพระพรเล่าถึงการที่ได้เคยเสด็จจาริกไปทรงทัศนศึกษาที่ราชอาณาจักรกัมพูชา ในพุทธศักราช ๒๔๙๙ โดยทางรถยนต์ออกจากประเทศไทยแล้วเข้าทางปอยเปต ได้ประทับพักแรมไประหว่างทางกับคณะพระภิกษุ โปรดเสด็จไปทอดพระเนตรสถานที่สำคัญต่างๆ ในเมืองเสียมเรียบ และกรุงพนมเปญ เป็นต้น
นอกจากนี้... -
พระพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ ทรงตรัสอย่างนี้เหมือนกันหมด
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแนะนำว่า
..... ภิกขเว ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย การที่เธอจะไปประกาศพระศาสนาในที่ใดๆ ขอจงใช้คำสอนให้เหมือนกันทั้งหมด นั่นก็คือ
.....หนึ่ง สัพพปาปัสสะ อกรณัง เธอจงแนะนำบรรดาประชาชนทั้งหลายให้ละความชั่วทั้งหมด
..... สอง กุสลัสสูปสัมปทา เธอจงแนะนำให้เขาทุกคนสร้างแต่ความดี
.....สาม สจิตตปริโยทปนัง จงให้ทุกคนทำอารมณ์ใจให้ผ่องใส
..... เอตัง พุทธานะสาสะนัง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงยืนยันว่า พระพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ ทรงตรัสอย่างนี้เหมือนกันหมด
.....เป็นอันว่าคำสอนขององค์สมเด็จพระบรมสุคตที่ทรงสอนไว้นี้ ขอบรรดาท่านทั้งหลายจงจำไว้สอนตัวเอง จงอย่าคิดว่าเราจะไปเป็นครูของใคร การที่เป็นครูชาวบ้านมันเป็นของไม่ยาก แต่ว่าเป็นครูตนเองนี่เป็นของยาก ก่อนที่เราจะเป็นครูเขา เราต้องดีเสียก่อน ดูตัวอย่างองค์สมเด็จพระชินวรคือพระพุทธเจ้า เมื่อพระองค์ทรงยังไม่สามารถจะทำลายกิเลสให้เป็นสมุจเฉทปหานเพียงใด องค์สมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดาก็ไม่ทรงสอนคนอื่น
.....ฉะนั้นขอท่านทั้งหลายจงจำพุทธภาษิตไว้ว่า อัตตนา โจทยัตตานัง จงพยายามตักเดือนตนเองไว้เสมอ
โดยหลวงพ่อพระราชพรหมยาน...
หน้า 367 ของ 440