คลังเรื่องเด่น
-
“หลวงปู่สนธิ์”เถระ6แผ่นดินละสังขาร107ปี
วันอังคาร ที่ 05 กันยายน พ.ศ. 2560, 14.44 น.
“หลวงปู่สนธิ์”เถระ6แผ่นดินละสังขาร107ปี
วันที่ 5 กันยายน 256 0 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลวงปู่สนธิ์ เขมิโย เจ้าอาวาสวัดอรัญญานาโพธิ์ หมู่ 8 ต.โพนสว่าง อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม พระเกจิอาจารย์สายกัมมัฏฐานชื่อดังรูปหนึ่งของภาคอีสาน ได้ละสังขารด้วยอาการสงบ ในเวลา 10.10 น. ด้วยโรคชรา ณ โรงพยาบาลศรีสงคราม รวมสิริอายุ 107 ปี พรรษา 86 หลังจากเข้ารับการรักษาตัวด้วยอาการลื่นหกล้มในห้องน้ำเมื่อช่วงกลางปี 60
หลังข่าวการละสังขารของท่านแพร่สะพัดออกไป สร้างความเศร้าโศกเสียใจแก่ลูกศิษย์ทั่วประเทศ หนึ่งในศิษย์ผู้ใกล้ชิดคือ นายศุภชัย หรือครูแก้ว โพธิ์สุ อดีต รมช.เกษตรฯ รีบทิ้งภารกิจทุกอย่างไปกราบสรีระของหลวงปู่ด้วยน้ำตาคลอเบ้าภายในห้องพิเศษหมายเลข 5 ทันที ก่อนจะออกจากห้องดังกล่าวมาเปิดเผยแก่ผู้สื่อข่าวว่า เวลา 15.30 น.ของวันนี้(5 ก.ย.) ลูกศิษย์จะเคลื่อนสรีระของหลวงปู่ไปยังวัดอรัญญานาโพธิ์ จากนั้นวันที่ 6 กันยายนนี้ มีกำหนดการสรงน้ำศพ ในเวลา 13.00 น. เป็นต้นไป คาดว่าจะมีศิษยานุศิษย์จากทั่วประเทศเดินทางมาร่วมจำนวนมาก โดยหลวงปู่ท่านสั่งไว้ก่อนมรณภาพว่า... -
“มจร”จัดถกพุทธ”เหยื่อ-เหนือ”กระแสดิจิตอล
“มจร”จัดถกพุทธ”เหยื่อ-เหนือ”กระแสดิจิตอล
วันอังคาร ที่ 05 กันยายน พ.ศ. 2560, 14.29 น.
บัณฑิตวิทยาลัยร่วมกับวิทยาลัยพุทธศาสตร์นานาชาติ “มจร” พร้อมองค์กรร่วมจัด 14 แห่งทั้งไทยและต่างประเทศจัดถก”พระพุทธศาสนาจะเป็นเหยื่อดิจิทัลหรือจะช่วยมนุษย์ให้รอดในยุคดิจิตอล”
วันที่ 5 ก.ย.2560 พระมหาหรรษา ธมฺมหาโส รศ.ดร. ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิชาการ และผู้อำนวยการวิทยาลัยพุทธศาสตร์นานาชาติ (IBSC)มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย(มจร) เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 15-16 ก.ย.2560 บัณฑิตวิทยาลัยร่วมกับวิทยาลัยพุทธศาสตร์นานาชาติ (IBSC) และองค์กรร่วมจัด 14 แห่ง ทั้งไทยและต่างประเทศ จัดประชุมโต๊ะกลม (Round Table) เพื่อพูดถึงโอกาสและวิกฤติที่มาพร้อมกับยุคดิจิตอล หรือยุค 4.0 จะฉกฉวยโอกาสนี้อย่างไร และจะจัดการกับวิกฤติที่กำลังมนุษย์คุกคามมนุษย์อย่างไร
“หลังจากนั้น จะเป็นการนำเสนอบทความทางวิชาการของคณาจารย์และนิสิตจากนานาชาติด้วยมุมมองต่างๆ ทั้งในเชิงทฤษฏี (Concepts and Theories) และการประยุกต์ใช้บนวิถีแห่งกรุณา (Compassionate Application) การจัดสัมมนาครั้งนี้ นอกจากจะเกิดประโยชน์แก่มนุษยชาติโดยตรงแล้ว... -
พระองค์ทีทรงร่วมกิจกรรม ‘เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ’
ด้วยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชอนุสรณ์คำนึงถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระบรมชนกนาถ และสมเด็จพระบรมราชชนนี ที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อประโยชน์ของประชาชนชาวไทยมาโดยตลอด และด้วยพระราชปณิธานอันแน่วแน่ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่จะทรงสืบสาน รักษา
และต่อยอดแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงคุณอเนกอนันต์และสร้างสุขแก่ปวงประชา จึงพระราชทานพระราชานุญาตให้จัดทำโครงการจิตอาสา เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ ถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร
วันนี้ 4 ก.ย.60 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระราชานุญาตให้เผยแพร่วีดิทัศน์พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ที่ทรงร่วมทำกิจกรรมจิตอาสาในช่วงวันหยุดเรียน ณ วัดป่ามุตโตทัย โดยได้นำบทเพลง รอยเท้าพ่อ ซึ่งขับร้องโดยรวมศิลปินช่อง 7 ที่มีความยาว 5 นาที มาเป็นบทเพลงประกอบวีดิทัศน์ ซึ่งในวิดีทัศน์นั้น มีภาพพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9... -
ชาวพุทธเศร้า!สิ้น“หลวงพ่อซ่วน”พระเกจิดังกุยบุรี
ชาวพุทธเศร้า!สิ้น“หลวงพ่อซ่วน”พระเกจิดังกุยบุรี
วันอังคาร ที่ 05 กันยายน พ.ศ. 2560, 12.12 น.
ชาวพุทธเศร้า!สิ้น“หลวงพ่อซ่วน”พระเกจิดังกุยบุรี
วันที่ 5 กันยายน 60 นายชาตรี จันทร์วีระชัย นายอำเภอกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้พระครูประพัฒน์วรกิจ หรือ หลวงพ่อซ่วน เขมิโย อายุ 91 ปี อดีตเจ้าอาวาส วัดเขาแดง ต.เขาแดง อ.กุยบุรี ได้มรณภาพด้วยอาการสงบเมื่อเวลา 21.50 น.วันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมา หลังจากเข้ารับการรักษาตัวด้วยอาการแน่นหน้าอก ความดันโลหิตสูงและโรคไตที่โรงพยาบาลกุยบุรี จากนั้นมีกำหนดการสรงน้ำศพในวันที่ 6 กันยายนนี้ ที่วัดเขาแดง คาดว่าจะมีศิษยานุศิษย์จากทั่วประเทศเดินทางมาร่วมจำนวนมาก จากนั้นจะประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลศพเป็นเวลา 100 วัน
สำหรับหลวงพ่อซ่วน เป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังมีชื่อเสียงโด่งดังจากการปลุกเสก พระสามกษัตริย์ พระยอดธง แหวนหัวเสือ และยันต์เสือ หลังจากเข้าอุปสมบทเมื่ออายุครบ 20 ปีที่วัดเขาแดงเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม2489 โดยมีพระสุเมธีวรคุณ หรือ หลวงพ่อเปี่ยม เจ้าอาวาสวัดเกาะหลักพระอารามหลวง เป็นพระอุปัชฌาย์... -
หุ่นพยนต์ หลวงปู่ศุข สร้างจากด้ายมัดตราสังข์ศพตายโหง7ป่าช้า
ไม่ธรรมดาแน่นอน!!! "หุ่นพยนต์" หลวงปู่ศุข ใช้ด้ายมัดตราสังข์ ศพผีตายโหง ๗ ป่าช้า!!! คุ้มครองอันตรายทุกอย่าง แม้แต่ผี!! ยังไม่กล้าเข้าใกล้..
การจัดสร้างหุ่นพยนต์อาถรรพ์ ของหลวงปู่ศุขนั้น ค่อนข้างยุ่งยากซับซ้อน และมีกรรมวิธีในการสร้างหลายขั้นตอนมากๆ กล่าวคือ ท่านต้องรวบรวม “ก้านตอก” ที่ใช้รดน้ำมนต์แก่ญาติโยม จึงถือว่า “ก้านตอก” นี้ เป็น”วัตถุมงคล” ประเภทหนึ่งที่มีฤทธิ์แรง และขลัง!!! อยู่ในตัวทีเดียว เพราะก่อนนำ“ก้านตอก” นี้มารดน้ำมนต์แก่ญาติโยม หลวงปู่ศุขท่านต้องนำมาทำพิธีปลุกเสกด้วยตัวหลวงปู่เองเสมอ “ก้านตอก” ดังกล่าวจึงผ่านพิธีการปลุกเสกด้วยพระคาถาอย่างนับครั้งไม่ถ้วน
เมื่อได้ “ก้านตอก” ดังกล่าวแล้วตามที่กำหนดไว้ในตำราคัมภีร์โบราณจารย์ หลังจากนั้น จึงนำก้านตอกมาถักเป็นหุ่นพยนต์อาถรรพ์ โดยหลวงปู่ศุขท่านได้เมตตาอธิษฐานจิตจารยันต์และปลุกเสกเดี่ยวด้วยการประจุ พระคาถาและพลังจิตอย่างเข้มขลังหาที่เปรียบมิได้อีกแล้วในการสร้างหุ่นพยนต์ที่ยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ เนื่องจากท่านเป็นพระอภิญญาที่มีฤทธิ์มาก จึงมีอานุภาพเป็นไปตามที่ท่านอธิษฐานไว้ รวมทั้งท่านยังนำ ผ้าห่อศพ... -
"กายนี้แหละสำคัญมาก ให้พิจารณากาย" (หลวงปู่อ่อน ญาณสิริ)
"กายนี้แหละสำคัญมาก ให้พิจารณากาย"
" .. พวกท่านทั้งหลาย "อย่าได้นั่งเฝ้าร่างกายอยู่เฉย ๆ" มันไม่เกิดปัญญา "ปัญญามันเกิดจากการภาวนา" คือ "การอบรมจิต" เพื่อจะทำลายกิเลสจริง ๆ จัง ๆ นั้น "จะต้องดำเนินตามหลักขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ทรงสั่งสอนพวกเราเอาไว้" เพื่อให้ดำเนินตาม
ไม่มีหลักอันใดจะวิเศษเหมาะสมยิ่งไปกว่า "หลักโอวาทของพระพุทธเจ้าที่สั่งสอนไว้แล้ว" ไม่ว่าพระ ไม่ว่าฆราวาส ท่านสอนให้รู้บ้างแล้ว ลงมือประพฤติปฏิบัติตามทันทีและ "อุบายวิธีที่พระองค์สอนไว้นั้นล้วนแต่เป็นอุบายวิธี เพื่อที่จะถอดถอนกิเลสให้หลุดหายไปทั้งนั้น"
แต่เราไม่ค่อยจะศึกษาสำเหนียกกันเท่านั้นเอง "ยกอัตภาพร่างกายของเราขึ้นมาบ้างสิ อย่ากอดขี้ กอดเยี่ยวเอาไว้เฉย ๆ" .. "
หลวงปู่อ่อน ญาณสิริ -
เรื่องเล่าในพระธรรมบท ตอน พระสารีบุตรเถระผู้ระงับความโกรธ
เรื่องเล่าในพระธรรมบท ตอน พระสารีบุตรเถระผู้ระงับความโกรธ
พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ในพระเชตวัน ทรงปรารภพระสารีบุตรเถระ ตรัสพระธรรมบท พระคาถาที่ 95 นี้
ครั้งหนึ่ง พระสารีบุตร เมื่อออกพรรษาแล้ว ใคร่จะหลีกไปสู่ที่จาริก จึงทูลลาพระศาสดา ถวายบังคมแล้วออกไปพร้อมด้วยภิกษุบริวารของตน มีภิกษุหนุ่มรูปหนึ่งมีความอาฆาตต่อพระเถระ และได้เข้าไปเฝ้าพระศาสดาแล้วได้กราบทูลกล่าวหาพระสารีบุตรเถระว่าดุด่าและทุบตีตน พระศาสดาจึงได้รับสั่งให้พระสารีบุตรมาเฝ้าแล้วตรัสถามในเรื่องนี้ ซึ่งพระสารีบุตรได้กราบทูลว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เป็นไปได้อย่างไรที่ภิกษุผู้พิจารณากายคคาสติอย่างเคร่งครัด จะหลีกไปสู่ที่จาริกโดยที่ไม่ยอมขอโทษหลังจากที่ได้กระทำผิดต่อภิกษุรูปใดรูปหนึ่งแล้ว ? ข้าพระองค์มีจิตเปรียบได้กับแผ่นดิน ซึ่งไม่มีความรู้สึกสุขหรือทุกข์เมื่อบุคคลนำสิ่งของสะอาดหรือของสกปรกทิ้งลงไป ข้าพระองค์มีจิตเปรียบเหมือนผ้าเช็ดธุลี เหมือนเด็กจัณฑาล เหมือนโคอุสภะมีเขาขาด ข้าพระองค์มีความรังเกียจร่างกายว่าไม่มีความสะอาดและก็มิได้ยึดติดในร่างกายนี้อีกต่อไป”
เมื่อพระสารีบุตรเถระกล่าวเช่นนี้... -
อริยสัจจากพระโอษฐ์ ตอน จิตที่ยังไม่ได้ฟอก ยากนักที่จะเห็นนิโรธสัจ
อริยสัจจากพระโอษฐ์ ตอน จิตที่ยังไม่ได้ฟอก ยากนักที่จะเห็นนิโรธสัจ
ราชกุมาร ! ...ก็สัตว์เหล่านี้ มีอาลัยเป็นที่มายินดี ยินดีแล้วในอาลัย เพลิดเพลินแล้วในอาลัย. สำหรับสัตว์ผู้มีอาลัยเป็นที่มายินดี ยินดีเพลิดเพลินในอาลัยนั้น ยากนักที่จะเห็นสิ่งนี้ คือ ปฏิจจสมุปบาท กล่าวคือความที่สิ่งนี้ ๆ เป็นปัจจัยแก่สิ่งนี้ ๆ (อิทปฺปจฺจยตาปฏิจฺจสมุปฺปาโท) ; และยากนักที่จะเห็นแม้สิ่งนี้ คือ นิพพาน อันเป็นธรรมเป็นที่สงบระงับแห่งสังขารทั้งปวง เป็นธรรมอันสลัดคืนซึ่งอุปธิทั้งปวง เป็นที่สิ้นไปแห่งตัณหา เป็นความจางคลาย เป็นความดับไม่เหลือแห่งทุกข์. หากเราพึงแสดงธรรมแล้วสัตว์อื่นไม่พึงรู้ทั่วถึง ข้อนั้นจักเป็นความเหนื่อยเปล่าแก่เรา, เป็นความลำบากแก่เรา. โอ, ราชกุมาร ! คาถาอันน่าเศร้า (อนจฺฉริยา) เหล่านี้ ที่เราไม่เคยฟังมาแต่ก่อน ได้ปรากฏแจ่มแจ้งแก่เราว่า : -
“กาลนี้ ไม่ควรประกาศธรรมที่เราบรรลุได้แล้วโดยยาก. ธรรมนี้ สัตว์ที่ถูกราคะโทสะปิดกั้นแล้ว ไม่รู้ได้โดยง่ายเลย. สัตว์ผู้กำหนั แล้วด้วยราคะ อันความมืดหุ้มห่อแล้ว จักไม่เห็นธรรมอันไปทวนกระแส อันเป็นธรรมละเอียด ลึกซึ้ง เห็นได้ยาก เป็นอณู” ดังนี้.
ที่มา- ม.... -
“…เกาะเกี่ยวกันตั้งแต่อดีตชาติ…”
“…เกาะเกี่ยวกันตั้งแต่อดีตชาติ…”
“…ท่านเจ้าคุณอุบาลีคุณูปมาจารย์จันทร์ สิริจันโท อายุมากกว่าเพิ่นครูอาจารย์มั่น (ภูริทัตโต) อายุ ๑๓ – ๑๔ ปี
ท่านเจ้าคุณอุบาลีฯ เป็นเณรได้ ๗ ปี เพิ่นครูอาจารย์มั่น (ภูริทัตโต) เป็นเณรของเพิ่นครูอาจารย์เสาร์(กันตสีโล) มาก่อน รู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเป็นน้อยเป็นหนุ่ม
แต่พูดถึงการได้ธรรมะของแต่ละองค์นั้นไม่เหมือนกัน
ท่านอาจารย์ตื้อ (อจลธมฺโม) ผู้ฟังมาแต่เพิ่นครูอาจารย์มั่น(ภูริทตฺโต) มาเล่าให้ผู้ข้าฯ ฟังว่า
“ ท่านเจ้าคุณอุบาลีฯ ได้ธรรมะอริยธรรมตั้งแต่พระโสดาบันเรียงลำดับจนได้พระอริยชั้นสุดท้าย ตั้งแต่อยู่เขาคอก อยู่วัดสุปัฏนาราม อยู่วัดบรมนิวาส แล้วไปได้พระอรหันตผลอยู่จอมยองเชียงตุง แก้ไขตนเอง ปลดเปลื้องออกไปเป็นลำดับ
สุดท้ายมาติด อนัตตา อยู่ ๑๐ ปี ตอนนี้หล่ะ ตอนที่เพิ่นติดอนัตตานี้หล่ะ เพิ่นครูอาจารย์มั่น(ภูริทตฺโต) กราบเรียนชี้แจงชี้แนะให้จึงแก้ไขโดยลำพังพ้นไปได้
ที่เพิ่นครูอาจารย์มั่น(ภูริทตฺโต) มาช่วยเหลือบอกแนวทางให้ ก็เพราะเพิ่นครูอาจารย์มั่น (ภูริทตฺโต) ได้ธรรมะชั้นที่สาม อนาคามี แต่อยู่ถ้ำสิงโต บวชเป็นพระแล้วได้ ๑๑ ปี... -
“การขอโทษขออภัย คือน้ำดับไฟ”(หลวงตามหาบัว)
“การขอโทษขออภัย คือน้ำดับไฟ”
” .. ความเมตตาสงสาร “ความให้อภัยกันนี่สำคัญมากนะ” การให้อภัยกันอย่าถือสีถือสากันอย่างง่ายดาย “อย่าหาช่องหาทางหาเรื่องความผิดใส่คนอื่นเพื่อความสุขแก่ตนเอง” ไม่สมควรอย่างยิ่ง นี่ข้อหนึ่ง
แล้วการขอโทษกัน “คำขอโทษนี่เป็นคำที่มีคุณค่ามากที่สุด ไม่ใช่เป็นคำเล็กน้อย” ผิดพลาดประการใดก็รีบขอโทษกันให้อภัยกัน “ผู้ให้อภัยก็ไม่ใจจืดใจจาง ยอมรับผู้ขอขมาโทษ อันนี้โลกอยู่ด้วยกันเป็นผาสุก”
“การขอโทษกันนี้เป็นคำที่เป็นมหามงคลอย่างยิ่ง” เป็นคำที่มีคุณค่าอันสูงสุดทีเดียวให้นำออกปฏิบัติทุกคน “อย่าถือเนื้อถือตัว อย่าเย่อหยิ่งจองหอง เจ้าของผิดแล้วไม่ยอมรับว่าผิด” แล้วพองตัวขึ้นไปอีกสองชั้นสามชั้น สุดท้ายก็มาฆ่าตัวตายนั่นแหละ ฆ่าตัวเราเอง ข้าศึกนั่นแหละมาฆ่าเราเพราะไม่ลง
“เขาก็หัวใจเราก็หัวใจ ต่างคนต่างดิ้นดีดใส่กันผึงนี้ก็เสร็จเลย” เมื่อขออภัยซึ่งกันและกัน “ขอโทษซึ่งกันและกันแล้วเป็นน้ำดับไฟ ไฟจะแสดงเปลวขึ้นมา น้ำสาดลงไปปั๊บนี่ดับปุ๊บเลย” .. ”
หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน
ที่มา พระอรหันต์ สายหลวงปู่มั่น -
“ขอให้เข้าใจว่าพวกที่หลงโลก ก็มีหลงอยู่ ๔ ประการ..(หลวงปู่หล้า)
“..ขอให้เข้าใจว่า โดยสังเขปพวกที่หลงโลก
ก็มีหลงอยู่ ๔ ประการ..
๑. หลงของไม่เที่ยงว่าเป็นของเที่ยง
คือหนังหุ้มอยู่โดยรอบที่สมมติว่าเป็นเราๆ นี้
๒. หลงของเป็นทุกข์ว่าเป็นสุข
คือหนังหุ้มอยู่โดยรอบนี้อีกล่ะ
๓. หลงของไม่ใช่ตัวตนว่าเป็นตัวตน
เอาจริงๆ จังๆ จนแกะไม่ได้คลายไม่ออก
๔. หลงหนังหุ้มอยู่โดยรอบอันเป็นของบูดราเปื่อยเน่า
ว่าเป็นของสวยงาม
ถ้าเราไม่หลงสิ่งเหล่านี้แล้ว
ภพชาติของเราก็จบ ใน ณ ที่นี้เอง
จะภาวนาหรือไม่ภาวนามันก็จบอยู่ในตัวแล้ว
แม้จะภาวนา ๗ วัน ๗ คืนไม่กินอาหารก็ตาม
ถ้าหากว่าหลงของ ๔ ประการดังกล่าวมาแล้วนี้อยู่
ก็ยังข้ามภาพข้ามชาติไม่ได้
การข้ามภพชาติก็เอาสติปัญญาเท่านั้นข้าม
จะข้ามด้วยเครื่องบินหรือจรวดอะไรๆ
ข้ามตั้งล้านๆ ปีก็ข้ามไม่ได้ หวังว่าคงเข้าใจ…”
ที่มา หลวงปู่หล้า เขมปตฺโต ตอบปัญหาธรรมะ
ฉบับพิมพ์ครั้งที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๕๓
ที่มา พระอรหันต์ สายหลวงปู่มั่น -
“อานิสงส์ของการชักชวนคนอื่นมาทำบุญ”หลวงพ่อฤาษีลิงดำ
เรื่อง “อานิสงส์ของการชักชวนคนอื่นมาทำบุญ”
(คติธรรม หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)
กำลังใจในการให้ทานน่ะเป็น “จาคานุสสติ” ก่อนที่จะคิดให้เป็นจาคานุสสติ อันนี้อนุสสติอย่างใดอย่างหนึ่ง ถ้ามีประจำใจแล้วมันก็ “ตกนรกไม่ได้” จะยกตัวอย่าง มันก็ยาวเกินไป จะขอพูดถึง อานิสงส์การให้ทาน ที่สมเด็จพระพิชิตมารทรงตรัสว่า สมัยพระพุทธกัสสปท่านเทศน์อย่างนี้ ท่านบอกว่า
• บุคคลผู้ใดให้ทานด้วยตนเอง แต่ไม่ชักชวนคนอื่น ตายจากชาตินี้ไปแล้วไปเกิดใหม่จะมีทรัพย์สมบัติมาก จะเป็นคนร่ำรวย เป็นเศรษฐีมหาเศรษฐี แต่ว่าขาดเพื่อน ขาดคนเป็นที่รัก มันก็โดดเดี่ยวแย่เหมือนกัน
• บุคคลผู้ใดดีแต่ชักชวนบุคคลอื่น แต่ว่าตนเองไม่ให้ทาน ท่านบอกว่าตายจากชาตินี้ไปแล้วไปเกิดชาติใหม่ มีพรรคพวกมาก แต่ยากจน
• บุคคลใดให้ทานด้วยตนเองด้วยแล้วก็ชักชวนบุคคลอื่นด้วย ตายจากชาตินี้ไปเกิดใหม่ เป็นคนรวยด้วย มีพวกมากด้วย
• บุคคลใดไม่ให้ทานด้วยตนเองด้วย แล้วไม่ชักชวนชาวบ้านด้วย จะไม่มีทรัพย์สมบัติเป็นคนยากจนเข็ญใจ เกิดเป็นคนยากจนไม่มีคนคบหาสมาคม ขอทานก็ยาก เป็นยาจก ขอทาน แล้วขอก็ไม่ค่อยจะได้ ไม่มีใครเขาอยากจะให้ มีแต่คนรังเกียจ
ที่มา พระอรหันต์... -
จิต กับ วิญญาณ (หลวงพ่อพระราชพรหมยาน)
เรื่อง จิต กับ วิญญาณ
”..ตอนที่ มิตร ชัยบัญชา ตาย เขามานั่งเถียงกันเรื่องของจิตวิญญาณ พ่อรู้สึกว่าคนที่นั่งเถียงกันทั้งหมด ตามความรู้สึกไม่ใช่ดูถูกดูหมิ่นทุกท่านไม่มีความเข้าใจในเรื่องของจิตและวิญญาณเลย บางคนก็เอาวิญญาณเข้าไปบวกกับจิต บางคนก็เอาจิตเข้าไปบวกกับวิญญาณไม่ใช่บางคนละทั้งคณะ ทั้งนี้ต้องยกยอดไป ให้คะแนนเป็น ๑๐๐ ศูนย์ตามปกติ เวลานี้คนสมัยใหม่เขาเรียกว่า ประสาท ดีมาก ก็ขอยกย่องตามศัพท์นี้ว่า เขาใช้ได้ถูกต้อง จิตกับวิญญาณ..
…. วิญญาณก็คือประสาท จิตมันมีสภาพคิดวิญญาณมีสภาพรับสัมผัส สำหรับวิญญาณนี่เป็นเรื่องของอาการทางกายที่เรียกกันว่า ขันธ์ ๕ เวลา ขันธ์ ๕ มันดับ มันก็ดับไป
…. แต่ว่าความสุข ความทุกข์มันอยู่ที่จิต นี่แม้แต่พระที่ปฏิบัติในด้านพระกรรมฐานบางท่านก็ตีความหมายผิด เพราะว่าไม่ใช้อารมณ์จิตพิจารณาให้แน่แท้ ….”
.
.
*******************************
หลวงพ่อพระราชพรหมยาน
วัดจันทาราม(ท่าซุง)อุทัยธานี
————————————
ที่มาจาก…หนังสือ โอวาทหลวงพ่อวัดท่าซุงเล่ม ๓ หน้าที่ ๒๐ ฉบับ
ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง -
อย่าประมาทว่าความชั่วเพียงเล็กน้อยแล้วทำ อย่าประมาทว่าความดีเพียงเล็กน้อยแล้วไม่ทำ
อย่าประมาทว่าความชั่วเพียงเล็กน้อยแล้วทำ อย่าประมาทว่าความดีเพียงเล็กน้อยแล้วไม่ทำ
ถาม : มีคนเขาบอกว่า การสวดอาการวัฏฏสูตรเป็นการเร่งเจ้ากรรมนายเวรจริงหรือเปล่าครับ ?
ตอบ : อันนี้ไม่ทราบเหมือนกันนะ เรื่องของเจ้ากรรมนายเวรนี่ โอกาสที่คุณจะไปเร่งรัดไปอะไรไม่มีทั้งนั้น เรื่องของกรรมมันแบ่งออกเป็น ๓ หมวด ๑๒ ประเภท ให้ผลตามวาระ ให้ผลตามลักษณะ ให้ผลตามเวลา อันนี้มาอันโน้นไป เขาก็จะจัดลำดับกันตามหนักเบาของเขากันเอง คุณไม่ีมีสิทธิ์ที่จะไปนั่งเร่งเขาหรอก ยกเว้นอย่างเดียวว่าเร่งความดีเพื่อหนีกรรมให้เยอะ ๆ ถ้ามีบทสวดประเภทชุมนุมเจ้ากรรมนายเวรได้ก็ดีนะ ว่าอะไรนะ อาการวัฏฏสูตร...ใช่มั้ย ? ถ้าเป็นไปได้ก็ดี จะได้ตกลงกันไปเสียทีเดียวเลย แน่จริงก็ทวงให้ตาย ๆ ไป จะได้หมดเรื่อง ไม่ต้องเสียเวลามาทนอยู่แบบนี้
พยายามเอาธรรมะของพระพุทธเจ้าหรือของหลวงพ่อเข้าไปจับสิ ธรรมต่าง ๆ ที่อยู่ตามพระไตรปิฎกนั่นก็คือหลักเลย ทำตามหลักการนั่น แต่ว่าส่วนใหญ่พวกเราขี้เกียจค้นคว้า...ใช่ไหม ? ก็เดือดร้อนเพราะทิฏฐธรรมเวทนียกรรม ให้ผลในปัจจุบัน แบ่งออกเป็นครุกรรมฝ่ายกุศลคือฝ่ายดี กับครุกรรมฝ่ายอกุศลคือฝ่ายชั่ว... -
ผุด 12 โครงการปฏิรูปพุทธ
วันนี้(4ก.ย.) พระราชวรมุนี (พล อาภากโร) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสังเวชวิศยาราม ในฐานะคณะกรรมการประสานงานแผนยุทธศาสตร์ในการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา (คปพ.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคปพ.เมื่อๆเร็วนี้ ที่ประชุมได้วางแนวทางปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา โดยเตรียมแผนงานระยะเร่งด่วน9 แผนงาน คือ 1.แผนสร้างเสริมศรัทธา 2.แผนเพิ่มศักยภาพปัญญา 3.แผนร่วมมือภาคีเครือข่าย 4.แผนพัฒนาระบบเทคโนโลยี 5. แผนส่งเสริมนวัตกรรมเชิงพุทธ 6.แผนเพิ่มศักยภาพศาสนบุคคล 7.แผนการเผยแผ่พระพุทธศาสนา 8.แผนบริหารศาสนสมบัติ และ9.แผนกิจการพระพุทธศาสนาเพื่อสังคม
พระราชวรมุนี กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ยังได้ข้อสรุปโครงการใหญ่ (Mega Projects) 12 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการขยายโอกาสทางการศึกษาสู่สังคม2.โครงการยกระดับหมู่บ้านรักษาศีล5 3.โครงการยกระดับการศึกษาพระปริยัติธรรม 4.โครงการพุทธมณฑลเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาโลก 5.โครงการส่งเสริมความร่วมมือภาคีเครือข่าย 6.โครงการพัฒนาระบบบริหารตามหลักธรรมาภิบาล 7.โครงการนวัตกรรมเชิงพุทธ 8.โครงการยกระดับขีดความสามารถศาสนบุคคล 9.โครงการศูนย์รวมองค์ความรู้ด้านพระพุทธศาสนา 10.โครงการบริหารศาสนสมบัติ... -
“ล้างความใคร่ ออกจาก ความรัก” (คติธรรม หลวงปู่ชา สุภัทโท)
เรื่อง “ล้างความใคร่ ออกจาก ความรัก”
(คติธรรม หลวงปู่ชา สุภัทโท)
ให้กลับ “ความรัก” ที่มีอยู่ให้กลายเป็นความรักสากล ให้กลายเป็นความรักที่มีต่อสรรพสัตว์ทั้งหลาย รัก เหมือนแม่รักลูก พ่อรักลูก แม้ผมอยู่กับพวกท่าน ผมก็รักท่านเหมือนเป็นลูกเป็นหลาน ให้ล้างความใคร่ออกจากความรัก เหมือนหัวกลอย ต้องแล่เอาพิษออกจึงกินได้ ความรักก็เช่นเดียวกัน ต้องพิจารณา มองให้เห็นทุกข์ของมัน ค่อยๆล้างเอาเชื้อแห่งความมัวเมาออก เพื่อให้เหลือแต่ความรักล้วนๆ เหมือนครูบาอาจารย์รักศิษย์
ที่มา พระอรหันต์ สายหลวงปู่มั่น -
ถ้านั่งสมาธิได้ ก้าวหน้าแน่ๆ - พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
โยม : โยมชอบฟังธรรมะวันละ ๑๐ ชั่วโมงกว่า ฟังจนหมดทุกครูบาอาจารย์ ฟังจนเบื่อ แล้วไปเรียนพระอภิธรรม แต่นั่งสมาธิไม่ได้
พระอาจารย์ : อย่างโยมนี้ถ้านั่งสมาธิได้ โยมก้าวหน้าแน่ๆ บรรลุได้แน่ๆ ถ้าไม่เชื่อลองทำดู ถ้าไม่เช่นนั้น มันจะติดอยู่อย่างนี้มันจะไม่ไปไหน มันจะเป็นใบลานเปล่า รู้ธรรมะแต่ทำไม่ได้ อย่างหลวงปู่มั่นท่านสอนหลวงตา ท่านเรียนมาเยอะแล้วตั้งเปรียญ ๓ ประโยค แต่ความรู้นี้ยังไม่เป็นประโยชน์ เพราะใจไม่มีกำลังที่จะหยุดกิเลสได้ ต้องเอาสมาธิให้ได้ พอได้สมาธิปั๊บความรู้นี้มันจะมาตัดกิเลสให้เราเลย
โยม : เวลาเรานั่งสมาธิ ถ้าเรานั่งเฉยๆ ลมหายใจสะดวกแต่พอจะเริ่มใช้คำว่าสมาธิปุ๊บจะติดขัดทันทีหายใจไม่ได้
พระอาจารย์ : เพราะว่าเครียดไง เพราะว่ากิเลสเริ่มออกมาต่อต้าน
โยม : จะทำอย่างไรคะ
พระอาจารย์ : ก็ตอนต้นสวดมนต์ไปก่อนก็ได้ สวดอิติปิโส อะระหังสัมมาฯ สวาขาโตฯ ไปก่อน สวดไป จนกระทั่งมันรู้สึกเย็นสบาย แล้วค่อยดูลมต่อ คือกิเลสมันไม่ยอมไง มันจะคิดเรื่องนั้นเรื่องนี้ตลอดเวลา มันก็อ้างว่าเป็นปัญญา คิดไปในทางปัญญา แต่ความจริงมันก็เป็นสังขารปรุงเเต่งดีๆ นี่เอง
โยม :... -
เเนะวิธีรักษากรรมบท๑๐ (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง)
เรื่องเเนะวิธีรักษากรรมบท๑๐….
การที่จะทรงความดีเต็มระดับที่กล่าวมาให้ครบถ้วนให้ปฏิบัติดังนี้
๑.คิดถึงความตายไว้ในขณะที่สมควรคือ ไม่ไช่ทุกลมหายใจเข้าออก เมื่อตื่นขึ้นใหม่ๆอารมณ์ใจยังเป็นสุขก่อนที่จะเจริญภาวนาอย่างอื่นให้คิดถึงความตายก่อน คิดว่าความตายอาจจะเข้ามาถึงเราในวันนี้ก็ได้จะตายเมื่อไหร่ก็ตามเราไม่ขอลงอบาย ที่เราจะไปคืออย่างต่ำไปสวรรค์ อย่างกลางไปพรหม ถ้าไม่เกินวิสัยเเล้ว ขอไปนิพพานเเห่งเดียว คิดว่าไปนิพพานเป็นพอใจที่สุดของเรา
๒.คิดต่อไปว่าเมื่อความตายจะเข้ามาถึงเรา จะเป็นเวลาใดก็ตามเราขอยึดพระพุทธเจ้า พระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า พระสาวกของพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งตลอดชีวิตคือไม่สงสัยในความดีของพระพุทธเจ้า ยอมเคารพด้วยศรัทธาคือความเชื่อถือในพระองค์ ขอปฏิบัติตามคำสอน คือกรรมบท ๑๐ประการโดยเคร่งครัด ถ้าตายเมื่อไหร่ขอไปนิพพานเเห่งเดียว เมื่อนึกถึงความตายเเล้วตั้งใจเคารพพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์สาวกเเล้วตั้งใจนึกถึงกรรมบท๑๐ประการว่ามีอะไรบ้าง ตั้งใจจำเเละพยายามปฏิบัติตามอย่าให้พลั้งพลาด... -
'การสวดมนต์' ถ้าเราทำเป็น ถึงพระนิพพานได้ (พระอาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ)
การสวดมนต์ ถ้าเราทำเป็น ถึงพระนิพพานได้
อันดับแรกก็คือสมาธิขั้นต้นต้องได้แน่นอน
ถ้าสมาธิไม่ทรงตัวเราจะสวดผิด
อันดับที่สองถ้าตั้งใจที่จะทรงฌาน
ใช้คำสวดทั้งหมดเป็นคำภาวนา
เท่ากับว่าเราภาวนาโดยใช้คาถาทั้งบท
แต่เป็นคำภาวนาที่ยาวหน่อย
จนกระทั่งสมาธิสามารถทรงตัวได้ตามที่ต้องการ
อันดับต่อไปถ้าจะทำทิพจักขุญาณ
เวลาสวดมนต์ให้นึกถึงคำสวดมาเป็นคำ ๆ
ถ้าเห็นตัวหนังสือได้ชัดเท่าไร
เราก็จะเห็นผีเห็นเทวดาได้ชัดเท่านั้น
ท้ายสุดถ้ายกจิตขึ้นพระนิพพานได้
ให้ยกจิตขึ้นไปสวดถวายพระพุทธเจ้าข้างบนเลย
ตายตอนนั้นก็อยู่บนพระนิพพานเลย
เพราะฉะนั้น..อย่าไปคิดว่าแค่สวดมนต์
สำคัญว่าเราทำได้แค่ไหน
ถ้าเราทำเป็น ประยุกต์ใช้เป็น
แค่สวดมนต์ไปพระนิพพานได้สบาย”
เก็บตกจากบ้านวิริยบารมี ต้นเดือนเมษายน ๒๕๕๖
พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
ที่มา วัดท่าขนุน -
มส.แนะธรรมนิเทศต้องผลิตสื่อมวลชนของสงฆ์
มส.แนะธรรมนิเทศต้องผลิตสื่อมวลชนของสงฆ์
วันจันทร์ ที่ 04 กันยายน พ.ศ. 2560, 14.04 น.
มส. แนะบัณฑิตศึกษาในยุคไทยแลนด์ 4.0 ต้องเน้นงานวิจัยที่มีนวัตกรรมอย่าเป็นผีเสื้อพิการ ชี้พระพุทธเจ้าเป็นนักก่อตั้งเป็นประดิษฐกรรม ขณะที่ธรรมนิเทศต้องผลิตสื่อมวลชนของสงฆ์ เหตุจุดอ่อนด้านการเผยแผ่เพราะขาดธรรมนิเทศศาสตร์
วันที่ 4 ก.ย.2560 พระพรหมบัณฑิต,ศ.ดร. กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) ราชบัณฑิตกิตติมศักดิ์, อัคคมหาบัณฑิต กรรมการมหาเถรสมาคม อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) เจ้าคณะภาค 2 เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร บรรยายเรื่อง”บัณฑิตศึกษาในยุคไทยแลนด์ 4.0 ” ในงานสัมมนาทางวิชาการระดับบัณฑิตศึกษา มจร สาขาพระพุทธศาสนา สาขาปรัชญา สาขาธรรมนิเทศ มหาจุฬา ซึ่งเป็นการแลกเปลี่ยนรู้ทางวิชาการระหว่างนิสิตกับอาจารย์บัณฑิตวิทยาลัย
พระพรหมบัณฑิต กล่าวว่า สัมมนาวิชาการถือว่าเป็นหัวใจสำคัญในการเรียนบัณฑิตเป็นช่องทางการทำวิทยานิพนธ์ของนิสิต เพราะมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ มหาจุฬาได้เปรียบเพราะมีนักปราชญ์ทั่วโลกด้านศาสนามามหาจุฬาบ่อยๆ เพราะเป็นมหาจุฬาเป็นสมาคมพระพุทธศาสนาโลก และวิสาขบูชาโลก... -
ทำสมาธิไม่ได้ดี -หลวงพ่อฤาษีลิงดำ
ทำสมาธิไม่ได้ดี
ผู้ถาม หลวงพ่อขอรับ ผมทำสมาธิทุกวัน ๆ ละ หนึ่ง ชั่วโมง มาเป็นเวลา ๒๐ ปีแล้วครับ มันไม่ไปเหนือไปไม่ไปใต้เลย ไม่ทราบว่าติดขัดอะไร หรือมีกรรมเวรประเภทไหมมาปิดบัง ขอบารมีหลวงพ่อ ช่วยแก้ไขหน่อยเถิดขอรับ?
หลวงพ่อ สมาธินี่ถ้าทำเฉย ๆ ก็ไม่ไปไหนนะ มันก็อยู่แค่ ฌาน ถึงฌานหรือเปล่าก็ไม่รู้ น่ากลัวจะไม่ถึงฌาน น่ากลัว ตะเกียกตะกายอยู่ข้างฌาน มันขึ้นฌานไม่ไหว ไต่บันไดแกร๊ก ๆ แต่ความจรงิถ้าเรื่องสมาธิจริง ๆ นะ ถ้าหากว่าได้จริง ๆ ก็อยู่แค่ฌาน ๔ ฌาน ๔ แล้วก็ไม่ไปไหนละ ก็ทรงตัวบ้าง เดินหน้าบ้าง ถอยหลังบ้าง ไปข้างหน้า ๑ ก้าว ถอยหลัง ๕ ก้าว ทีนี้ผลการปฏิบัติจริง ๆ เขาไม่ได้มุ่งสมาธิ ต้องหวังตัด สังโยชน์ ถ้าจะบอกว่า วิปัสสนาญาณก็จะมากเกินไป ความจริงถ้ามุ่งตัดสังโยชน์ ก็ต้องดูอารมณ์ใจตัวตัด ไม่ใช่ดูสมาธิ
อันดับแรก ความโลภ อยากได้ทรัพย์สินของบุคคลอื่นมีในเราหรือเปล่า เบาลงไปไหม ประการที่ ๒ ความโกรธ เบาไหม ประการที่ ๓ ความหลง เบาลงไหม สิ่งที่มีความสำคัญคือ
1. ลืมความตายหรือเปล่า
2.... -
จากน้ำท่วมปันน้ำใจ!สงฆ์ไทยสร้างรพ.ผู้สูงอายุ
จากน้ำท่วมปันน้ำใจ!สงฆ์ไทยสร้างรพ.ผู้สูงอายุ
บทพิสูจน์พุทธศาสนากับการบริการสังคม
วันจันทร์ ที่ 04 กันยายน พ.ศ. 2560, 09.40 น.
จากเหตุการณ์น้ำท่วมทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นบทพิสูจน์ประการหนึ่งกับการให้บริการสังคมของคณะสงฆ์ไทย เป็นบทพิสูจน์งานด้านสาธารณะสงเคราะห์ของมหาเถรสมาคม(มส.)ได้เป็นอย่างดี พระสงฆ์ต้องลุยน้ำเข้าไปช่วยเหลือชาวบ้านโดยการบูรณาการภาคส่วนต่างๆ
ความจริงการทำหน้าที่การบริการสังคมของคณะสงฆ์นั้นดำเนินการมาตลอด แต่ถึงกระนั้นก็มีเสียงท้วงติงมาว่า “พระชอบสร้างแต่วัด ไม่สร้างโรงพยาบาล” ดูเหมือนจะมีความคลาดเคลื่อนเพราะพระสงฆ์เองก็มีส่วนช่วยเหลือสังคมในการก่อสร้างก็ไม่น้อยอย่างเช่นหลวงพ่อคูณ หลวงพ่อปัญญา หรือล่าสุดหลวงพ่อเณร ข้อมูลจะเป็นอย่างไรนั้น ร.ท.,ดร.บรรจบ บรรณรุจิ อดีตอาจารย์จุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย อาจารย์ประจำหลักสูตรสันติศึกษามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) ได้ออกมาทำความเข้าใจผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว Banjob Bannaruji – บ้านบรรณรุจิ ความว่า
“แพทย์พ้อ ‘พระชอบสร้างแต่วัด ไม่สร้างโรงพยาบาล’ เจอพระจริง พระเทพประสิทธิมนต์ (หลวงพ่อเณรโกศล) เทพเจ้าแห่งสาธารณสงเคราะห์... -
"ความโลภไม่เคยพอ ให้ภาวนาไปจนตายโน้น"
"ความโลภไม่เคยพอ ให้ภาวนาไปจนตายโน้น"
" .. ให้พากันตั้งใจฟังให้ดีจึงจะได้ปัญญา "ความโลภในจิตของเราไม่มีที่พอที่เต็มได้เลย" ต่อให้ดอยสุเทพหมดทั้งลูกกลายเป็นทองคำ จิตของคนเราก็จะไม่พอ
ทางที่ดี "ให้ตั้งจิตอยู่ในสมาธิภาวนา" ตั้งจิตดวงนี้ให้เต็มในขั้นสมถกรรมฐาน พร้อมด้วยวิปัสสนากรรมฐาน ให้แจ่มแจ้งในดวงใจทุก ๆ คน เท่านี้ก็พอ เพราะว่า "เมื่อเราเกิดมาก็ไม่ได้นำอะไรติดตัวมา ครั้นเมื่อเราตายไป แม้สตางค์แดงเดียวก็เอาไปไม่ได้"
ด้วยเหตุนี้ "จงพากันตั้งใจทำสมาธิภาวนาให้เต็มที่" จนกิเลสโลภะอันมันนอนเนื่องอยู่ในจิตนี้ ให้หมดเสียในวันนี้ ๆ "ถ้ากิเลสความโลภนี้ ยังไม่หมดจากจิตก็ไม่ให้หยุดยั้ง ภาวนาไปจนตายโน้น" .. "
ธรรมเมตตา ฉบับที่ ๒
หลวงปู่สิม พุทธาจาโร -
ต้องทำสมาธิเข้าไว้ ถ้าสมาธิของเราสูงกว่า กำลังจะสูงกว่า กาย วาจา ใจ เหมือนมีอำนาจมากกว่า
“มีคนเขาสงสัยว่าเวลาอาตมาพูด ทำไมพระ เณร หรือแม่ชี ฟัง ในขณะที่คนอื่นว่าแล้วเขาไม่ฟัง ญาติโยมสงสัยบ้างไหม ? ที่เขาฟังเป็นเพราะว่ากำลังของอาตมาสูงกว่า คำว่า “กำลังสูงกว่า” ตรงนี้คือกำลังสมาธิสูงกว่า ในเมื่อกำลังสมาธิสูงกว่า การแสดงออกทาง กาย วาจา ใจ จะเหนือกว่า เหมือนแม่เหล็กดูดเศษเหล็ก เศษเหล็กไม่ได้อยากวิ่งเข้าหาแม่เหล็กหรอก แต่ทานแรงแม่เหล็กไม่ได้ ก็โดนดึงเข้ามาเอง
ฉะนั้น…ถ้าญาติโยมอยากจะพูดแล้วให้ลูก ๆ ฟัง หรือเป็นครูบาอาจารย์อยากพูดให้เด็กยอมฟัง ต้องทำสมาธิให้มากเข้าไว้ ถ้าสมาธิดีกว่า อาตมายืนยันว่าพูดอะไรลูกก็ฟัง เพราะว่าข่มกันอยู่
ลูกศิษย์เก่าแก่ของพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดท่าซุงท่านหนึ่ง คือ พี่ขวัญ (เยาวลักษณ์ มิตรศรัทธา) สนิทสนมคุ้นเคยกัน พี่เขาก็นิมนต์ไปเจริญพระพุทธมนต์ไปฉันเพลที่บ้าน ก็มีหลวงตาวัชรชัยไป มีพระรูปอื่นไป รวม ๙ รูปด้วยกัน ปรากฏว่าการ์ตูน ลูกสาวพี่ขวัญ ตอนนั้นยังเด็กอยู่ ด้วยความที่ใกล้ชิดสนิทสนมเห็นพระเป็นปกติ การ์ตูนเห็นก็ลืมตัว วิ่งมายื้อจีวรอาตมา จะตะกายขึ้นตัก พี่ขวัญเห็นก็ดุลูกเสียงดังเลยว่า “ต่อไปอย่าทำอย่างนั้นอีก หลวงน้าเป็นพระ เราเป็นผู้หญิง... -
กรรมที่ต่อต้านพระอริยสงฆ์
กรรมที่ต่อต้านพระอริยสงฆ์
มีโยมชายคนหนึ่ง ตั้งตนเป็นปฏิปักษ์กับหลวงปู่ จ้องจับผิดและกล่าวว่าหลวงปู่ประจบโยม เพื่อจะได้กินข้าวปลาอาหารดีๆ
คอยหาวิธีกลั่นแกล้งต่างๆ นาๆ เคยถึงกับเอาค้อนกับสิ่วใส่บาตรหลวงปู่ ซึ่งหลวงปู่ได้รำพึงกับพระเณรที่อยู่ด้วยกันว่า
“เขาคงเห็นว่าวัดเราไม่มีค้อนกับสิ่ว เลยเอามาให้ใช้นะ”
โยมชายคนนี้คอยดักใส่บาตรหลวงปู่อีกครั้ง คราวนี้เป็นห่อใบตองอย่างมิดชิด
เมื่อกลับถึงวัด หลวงปู่แก้ห่อใบตองนั้นอย่างระมัดระวัง ถ้าเป็นน้ำก็ระวังไม่ให้หกรดอาหารอื่น ถ้าเป็นของแสลงก็จะไม่ให้แปดเปื้อนอาหารอื่น
พอแกะห่อใบตองเท่านั้น กบเป็นๆ ตัวเบ้อเริ่มกระโดดแผลวออกมา
องค์ท่านตะครุบไว้
“โอ้..เจ้านี่บุญหลายรอดตาย เพราะเขาเอาเจ้ามาใส่บาตรเฮา ถ้าเขาเอาเจ้าใส่หม้อต้มแกงแทนบาตร เจ้าจะเป็นไงน้อ”
แล้วเอากบนั้นไปปล่อยลงน้ำในนา
วันต่อมาออกบิณฑบาตตามปกติ โยมชายคนนั้นมาคอยยืนมองแล้วทำท่ายิ้มๆ เยาะๆ ขบขัน องค์ท่านก็ไม่ว่าอะไร สำรวมเดินรับบาตรไปด้วยอาการสงบ
ถึงวัดแล้วจึงเห็นบัตรสนเท่ห์ปนกับอาหารอยู่ในบาตร เรียกพระเณรมาประชุมกัน ให้พระรูปหนึ่งอ่านข้อความในจดหมายน้อยนั้นให้ฟัง... -
อริยสัจจากพระโอษฐ์ ตอน การฟังอริยสัจ เหมาะสำหรับจิตที่ฟอกแล้วเท่านั้น
อริยสัจจากพระโอษฐ์ ตอน การฟังอริยสัจ เหมาะสำหรับจิตที่ฟอกแล้วเท่านั้น
ภิกษุ ท. ! ครั้งนั้นแล มหาชนชาวพันธุมดีราชธานี จำนวนแปดหมื่นสี่พันคน ออกจากเมือง เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาควิปัสสีถึงที่ประทับ ณ เขมมิคทายวัน ถวายอภิวาทแล้วนั่งอยู่ ณ ที่ข้างหนึ่ง. พระผู้มีพระภาควิปัสสีได้ตรัส อนุปุพพิกถา แก่ชนทั้งหลายเหล่านั้น กล่าวคือ ทานกถา สีลกถาสัคคกถา ทรงประกาศ โทษอันเศร้าหมองต่ำทรามของกามทั้งหลาย และ อานิสงส์ในการออกจากกาม.
ครั้นทรงทราบว่าชนเหล่านั้นมีจิตเหมาะสม อ่อนโยน ปราศจากนิวรณ์ ร่าเริง แจ่มใส แล้ว, ก็ได้ตรัส ธรรมเทศนาซึ่งพระพุทธเจ้าทั้งหลายทรงยกขึ้นแสดงเอง กล่าวคือ เรื่องทุกข์ เรื่องสมุทัย เรื่องนิโรธ และ เรื่องมรรค. เปรียบเสมือนผ้าอันสะอาด ปราศจากสิ่งแปดเปื้อน ย่อมรับเอาซึ่งน้ำย้อมได้อย่างดี ฉันใด ; ธรรมจักษุ ปราศจากธุลี ปราศจากมลทิน ได้เกิดขึ้นแก่มหาชนแปดหมื่นสี่พันเหล่านั้น ณ ที่นั่งนั้นเองว่า “สิ่งใดมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดาสิ่งนั้นทั้งหมดมีความดับไปเป็นธรรมดา” ดังนี้, ฉันนั้นเหมือนกัน.
ชนเหล่านั้นมีธรรมอันเห็นแล้ว บรรลุแล้ว รู้แจ้งแล้ว หยั่งเอาได้ครบถ้วนแล้ว หมดความสงสัย... -
เช่าตึกสอนวิชา'เด็กยากจน' ผู้กองปณิธานแรงติวให้ฟรี!
หากจะพูดว่า...การให้ที่ไม่มีวันสิ้นสุด คือ “การให้ความรู้” เพราะสามารถที่จะส่งต่อให้ใครได้อีกหลายคน คงจะปฏิเสธได้ยาก และถ้าหากเป็นการให้ไม่หวังสิ่งตอบแทน ให้โดยบริสุทธิ์ใจ แต่กลับมีคนคิดว่า “ให้เพราะหวังสร้างภาพ” แล้ว “ผู้ให้” จะผ่านอุปสรรคเหล่านี้ไปได้อย่างไร?
ผู้กองหนุ่ม “ร.ต.อ.อภิชิต ภัณฑะประทีป” รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองบุรีรัมย์ ที่ช่วยสอนหนังสือให้กับ “เด็กยากจน” โดยนำเงินส่วนตัวไปเช่าตึก ซื้ออาหาร ขนม และหนังสือเรียนให้กับเด็กๆ ได้กินนอน หวังเพียงว่าเด็กๆ ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ จะได้มีความรู้ติดตัวนำไปพัฒนาตัวเอง
ที่ “บ้านสร้างฝัน” คือตึกเช่าหลังหนึ่งในพื้นที่ 36/123 - 124 ถ.อินจันทร์ณรงค์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ โดยมี “ผู้กองหนุ่ม” เป็นผู้ตั้งชื่อนี้ขึ้นมาเอง เพราะบ้านหลังนี้เป็นเหมือนที่สร้างฝัน และต้องสานไปให้ถึง โดย “ร.ต.อ.อภิชิต” นั่งเล่าให้ฟังว่า ก่อนที่จะมาทำอะไรแบบนี้ มันเริ่มจากอดีตในวัยเด็ก สมัยก่อนบางหมู่บ้านค่อนข้างทุรกันดาร
“ผมได้เห็นได้รับรู้ก็เพราะแม่เป็นครู เวลาไปโรงเรียนที่แม่สอน ก็จะเห็นเด็กๆ แบบนี้ตลอด” ส่วนใหญ่พ่อแม่ของเด็กๆ ต่างจังหวัด... -
กรรมของการปรามาสพระและท่านมีศีลมีธรรม โอวาทธรรม หลวงปู่ดู่ พฺรหฺมปัญโญ
การปรามาสพระก็ดี การพูดจาจ้วงจาบใน…
พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ หรือท่านที่มีศีล มีธรรมก็ดี
จะเป็น ..’กรรม’.. ติดตัวเรา และขัดขวางการปฏิบัติธรรมในภายหน้า
ดังนั้น หากเห็นใครทำความดี ก็ควรอนุโมทนายินดีด้วย
แม้ต่างวัด ต่างสำนักหรือแบบปฏิบัติต่างกันก็ตาม
ไม่มีใครผิดหรอก
เพราะจุดมุ่งหมายต่างก็เป็นไป เพื่อความพ้นทุกข์เช่นกัน
เพียงแต่เราจะทำให้ดี ดียิ่ง ดีที่สุดเท่านั้น
ขอให้ถามตัวเราเองเสียก่อนว่า
“แล้วเราล่ะ ถึงที่สุดแล้วหรือยัง ?”
หลวงปู่ดู่ พฺรหฺมปัญโญ -
ทำสมาธิแล้วมีเสียงในหัวและฝันมากขึ้น - พระไพศาล วิสาโล
กราบนมัสการพระอาจารย์ไพศาล ที่เคารพอย่างสูง ดิฉันขอรบกวนพระอาจารย์เรียนถามพระอาจารย์ถึงปัญหาดังนี้ว่า
1) ในตอนที่ไม่คิดอะไรหรือตอนนั่งทำกรรมฐาน ทำไมจึงรู้สึกว่ามีเสียงดังที่ในหัวตลอดเวลา และมีอยู่ครั้งหนึ่งที่ดิฉันนั่งทำกรรมฐานเกิดอาการง่วงมากแต่ดิฉันได้ฝืนทนสักพัก เสียงในหัวนั้นดังมากและกระตุกจนดิฉันคิดว่าเป็นเสียงเครื่องไฟฟ้าที่เสียบไว้ใกล้ตัว จากนั้นเสียงในหัวก็เงียบหายไปและใจสงบมากความง่วงก็หายไปด้วย แต่ทุกวันนี้เสียงก็ดังเช่นเดิม ทำอย่างไรถึงจะหายคะ
พระไพศาล : เสียงดังในหัวไม่ทำให้คุณทุกข์มากเท่ากับความอยากให้มันหายไป ยิ่งอยากให้มันหาย มันก็ยิ่งดังและยิ่งทำให้คุณทุกข์มากขึ้น ลองไม่สนใจมัน หรือทำความรู้สึกเป็นกลางกับมัน มันจะยังดังอยู่ ก็เป็นเรื่องของมัน ต่างคนต่างอยู่แล้วกัน แล้วคุณอาจจะพบว่า จู่ ๆ มันก็หายไปเอง แต่ถึงไม่หาย คุณก็ไม่ทุกข์ใจเพราะมัน
2) ทำไมฝึกเจริญสติแล้วถึงฝันมากขึ้นและความฝันก็เป็นเรื่องเป็นราว ความฝันชัดและรู้รายละเอียดของฝันดี เพราะจิตไม่สงบหรือเปล่าคะ เมื่อก่อน ก่อนนอนจะสวดคาถาชินบัญชรแล้วไม่ค่อยฝันแต่มาทำการเจริญสติได้เกือบปีแล้ว... -
แห่ชมภาพชุด-ข้อมูลสุดยิบปมบูรณะ ‘พระปรางค์วัดอรุณ’ แจงขั้นตอนละเอียดพร้อมกระเบื้องกว่า 100 ลาย
เมื่อวันที่ 3 กันยายนที่ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ตลิ่งชัน กรุงเทพ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้เดินทางเพื่อร่วมฟังเสวนาวิชาการพระปรางค์วัดอรุณฯอันเนื่องมาจากการบูรณะ ซึ่งจะมีขึ้นในวันนี้เวลา 13.00 น. โดยทะยอยเดินทางมาถึงตั้งแต่เวลาประมาณ 12.00 น. บรรยากาศทั่วไปต่างจับกลุ่มพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว นอกจากนี้ยังให้ความสนใจต่อนิทรรศการเกี่ยวกับขั้นตอนบูรณะซึ่งติดตั้งไว้หน้าห้องประชุมซึ่งเป็นสถานที่จัดงาน
นิทรรศการดังกล่าว ประกอบด้วยข้อมูลและภาพชุดขั้นตอนต่างๆระหว่างการดำเนินงานบูรณะ อาทิ การสำรวจสภาพพระปรางค์และมณฑป, สำรวบสภาพพื้นผิวและโครงสร้าง, การศึกษาข้อมูลและหลักฐาน จากนั้นคือการปฏิบัติงานตามแนวทางที่วางไว้ รวมถึงมีการให้ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติการบูรณะตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน เป็นต้น
ขอขอบคุณที่มา
https://www.prachachat.net/spinoff/culture/news-33214
หน้า 370 ของ 440